เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ รพ.ศิริราช นพ. พิภพ จิรภิญโญ หัวหน้าสาขาวิชาโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า รพ.ศิริราช ประสบความสำเร็จจากการคิดค้นและผลิตนมจากเนื้อไก่ สำหรับเด็กที่มีอาการแพ้โปรตีนจากนมวัว หลังจากวิจัยมานานกว่า 10 ปี ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในโลก เพราะจากการสืบค้นข้อมูลทางการแพทย์ ทั่วโลกพบว่า มีเพียงการแนะนำให้เลือกทานน้ำซุปจากไก่ รวมถึงการทานนมที่สกัดจากกรดอะมิโน ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาสูงถึง 1,500 บาท ต่อ 400 มิลลิกรัม ทั้งนี้ จากการทดสอบคุณค่าสารอาหารที่ได้จากนมที่ทำจากเนื้อไก่ พบว่ามีคุณค่าเท่ากับนมจากวัว ทำให้เด็กที่มีอาการแพ้นมวัวสามารถได้นมที่มีสารอาหารครบถ้วนและราคาถูก และวัตถุดิบสามารถหาได้จากในประเทศไทย ทั้งนี้ ที่ไม่นำเนื้อปลามาทำ เพราะพบว่าเนื้อปลาเป็นเนื้อที่มีอาการแพ้ง่ายสุด รองลงมาคือหมู และแพ้น้อยที่สุดคือเนื้อไก่
นพ.พิภพกล่าวว่า จากการทดลองกับเด็กที่มีอาการแพ้ โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราช ในเด็กที่แพ้โปรตีนจากนมวัว 38 ราย พบว่า เด็กกลุ่มตัวอย่างจะมีอาการแพ้น้อยกว่านมถั่วเหลือง 8 เท่า และมีเพียง 2 รายเท่านั้น ที่มีอาการท้องผูกมาก ซึ่งตามการวิจัยจัดว่าเป็นอาการแพ้ชนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่มีอาการผื่น หอบหืด หรืออาการอื่นๆ ร่วม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมนำผลงานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ เอเชีย แปซิฟิก เจอร์นัล ออฟ คลินิกคอล นูทริชั่น พร้อมกับ ได้จดสิทธิบัตรสูตรนมดังกล่าวแล้ว เมื่อเดือน ก.ย. 2549
สำหรับวิธีผลิตนมจากเนื้อไก่ หัวหน้าสาขาวิชาโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ใช้เนื้อไก่บริเวณอก เพราะมีไขมันปริมาณน้อยที่สุด ปริมาณ 1 กิโลกรัม สามารถผลิตได้ 24 ลิตร นำมาต้มและผ่านกรรมวิธีพิเศษที่คิดค้นขึ้น ทำให้เนื้อไก่ ละเอียด สลายตัวโดยไม่แบ่งชั้นและเข้ากันกับน้ำนมได้ จากนั้นก็นำมาปั่นในเวลารวดเร็ว แล้วแช่ในอุณหภูมิเย็นทันที ผลิตวันละประมาณ 24-30 ลิตร โดยได้ผสมวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ ครบถ้วน เมื่อมารดาสามารถซื้อนมขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 60 บาท และนำไปผสมน้ำเป็น 500 มิลลิลิตร ดื่มได้ 1 วัน ทั้งนี้ ในระยะยาวถือว่าเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติ เพราะนำวัตถุดิบจากประเทศไทย โดยไก่ จากโรงงานส่งออกไก่ของไทย ที่ยืนยันได้ว่าไม่มีสารตกค้างอย่างแน่นอน และโครงการต่อไปจะนำไปผลิตเป็นอุตสาหกรรม จะได้ทดแทนการนำเข้านมวัวจากต่างประเทศ เพราะราคานมวัวกระป๋องละประมาณ 400 กรัม จะประมาณ 200 บาท แต่ราคานมจากเนื้อไก่ ขณะนี้ยังมีราคาแพงกว่าเล็กน้อยประมาณ 300 กว่าบาท หากผลิตในปริมาณมากจะลดราคาลงเท่ากับนมวัวได้ และว่าภายหลังจากผลิตนมจากเนื้อไก่ในเชิงอุตสาหกรรมสำหรับเด็กแล้ว ต่อไปจะผลิตนมสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะทานอาหารไม่ลง อาจทำให้ขาดสารอาหาร ซึ่งจะนำนมจากเนื้อไก่ใส่สารอาหารให้ครบถ้วน กินแก้วเดียวสามารถได้สารอาหารครบถ้วน ดื่มเพียง 3 แก้วต่อวัน และอาจลดกลิ่นของเนื้อไก่ลง แต่ในนมสำหรับเด็กไม่สามารถใส่กลิ่นที่สังเคราะห์ขึ้นได้
นพ.พิภพกล่าวอีกว่า ร้อยละ 70 ของเด็กเลิกมีอาการแพ้โปรตีนของนมวัวตอนอายุประมาณ 1 ขวบขึ้นไป มีเพียงร้อยละ 1 ของเด็กที่แพ้นมวัวทั้งหมดเท่านั้น ที่มีอาการแพ้จนถึงอายุ 7-8 ขวบ แต่เมื่อเลิกแพ้นมวัวแล้วก็จะให้ดื่มนมวัวได้ตามปกติ ทั้งนี้ เด็กที่ทานนมจากเนื้อไก่ที่เข้ารักษาที่ รพ.ศิริราช มาแล้ว 80 ราย ทุกรายล้วนไม่มีอาการแพ้แล้ว และว่าแต่ละปีของเด็กคลอดใหม่ ประมาณปีละ 8 แสนราย มีเพียงร้อยละ 20 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัวจนถึง 6 เดือน ในจำนวนนี้มีทารกแพ้นมวัวประมาณ 2-4 หมื่นราย ในจำนวนที่แพ้นมวัวทั้งหมด ประมาณร้อยละ 50 จะแพ้นมจากถั่วเหลืองและนมแพะด้วย ส่วนร้อยละ 50 จะแพ้นมกลุ่มที่ผสมเอชเอ ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งมาจากพ่อและแม่ หากคนใดคนหนึ่งเป็นพาหะโรคภูมิแพ้ มีโอกาสให้ลูกมีอาการแพ้ถึงร้อยละ 50 และหากพ่อและแม่มีคนใดคนหนึ่งหรือทั้งคู่เป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ โดยเฉพาะแพ้นมวัวสูงถึงร้อยละ 70-80
ด้าน นพ.ธราธิป โคละทัต หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า อัตราการแพ้นมวัวมีประมาณ 2-4 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2 หมื่นคนต่อปี ของเด็กทารกเกิดใหม่ทั้งหมด และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สาเหตุหลักคงเป็นเพราะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีจำนวนลดลง รวมถึงโรคภูมิแพ้ของพ่อและแม่ ทั้งนี้ อาการแพ้สามารถแสดงได้ทางผิวหนัง ขึ้นผื่นแดง ลมพิษ ฯลฯ นอกจากนี้ อาการระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ท้องมวน บางรายรุนแรงมากถึงอุจจาระเป็นเลือด รวมถึงระบบทางเดินหายใจ แม้ว่าถ้าบุตรหลานมีอาการดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องสงสัยเรื่องแพ้นมวัวเป็นอันดับแรก เพราะมีปัจจัยอื่นอีก แต่เมื่อหาสาเหตุของการแพ้ไม่ได้ ก็ควรนึกถึงเรื่องการแพ้นมวัว