นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (7 ส.ค.) ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี คุยนอกรอบกับ ครม. ว่าจะต้องมีการช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนรู้ว่า การไปลงประชามติมีความสำคัญอย่างไร กระทรวงต่างๆ ได้ดำเนินการอยู่ โดยในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ใช้เครือข่ายองค์กรชุมชน จึงคิดว่าเรื่องการลงประชามติในวันที่ 19 ส.ค.นี้ น่าจะไปอย่างทั่วถึง ทั้งในเรื่องของการสื่อสารโดยตรงกับประชาชนในพื้นที่ หรือสื่อสารผ่านสื่อมวลชนต่างๆ "ผมคาดหวังว่าประชาชนจะออกมาลงประชามติ ร้อยละ 60-70 เหมือนกับที่มีการเลือกตั้งทั่วไป" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวต่อกรณีมีการระบุว่ามีการว่าจ้างให้ล้มร่างรัฐธรรมนูญ โดยจ่ายให้หัวละ 200 บาท ว่า ใน ครม. ได้มีการพูดถึงว่า รัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ก็ได้รับการรายงานในลักษณะที่มีกลุ่มบุคคลรณรงค์ว่า หากรับร่างธรรมนูญฉบับนี้แล้ว จะไม่มีการเลือกตั้งในปลายปี เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน เป็นการรณรงค์ที่ผิดเพี้ยน และมีอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.ชัยภูมิ บุรีรัมย์ เป็นต้น ทำให้รัฐบาลประมาทไม่ได้ "สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การรณรงค์เพื่อให้เกิดการยอมรับในผลของประชามติที่จะออกมา ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ต้องยอมรับผลนั้น ถ้าไม่ยอมรับ บ้านเมืองก็ไปไม่ได้" นพ.พลเดช กล่าว นพ.พลเดช กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการแข่งขันกันระหว่างจังหวัดต่างๆ ว่าจังหวัดใดมีคนมาลงประชามติมาก ก็จะมีการให้รางวัลในลักษณะของการยกย่องชมเชย โดยจัดทำเป็นโล่ประกาศเกียรติคุณ ไม่ได้ให้เป็นตัวเงิน แต่จะไม่มีการลงโทษกับจังหวัดที่มีคนมาลงประชามติน้อย จะมีแต่การให้คุณเพียงอย่างเดียว แม้จะมีรัฐมนตรีบางคนเสนอว่า ควรจะให้มีการลงโทษจังหวัดที่มีผู้มาลงประชามติน้อย แต่ที่ประชุมก็ไม่เห็นด้วย "การกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะเป็นการรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ" นพ.พลเดช กล่าว ไทยรัฐ[7 ส.ค. 50 - 18:50]