เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เภสัชกรวงศ์วิวัฒน์ ทัศนียกุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลการศึกษาในโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพยา ณ หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ด้วยการสุ่มตัวอย่างยาจากโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการ หรือเอชเอ 39 แห่ง ในจำนวนยา 11 รายการ 56 ตำรับ รวมเป็น 137 ตัวอย่างจากทั้งหมดในไทย ที่มีการขึ้นทะเบียนยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กว่า 3 หมื่นรายการ พบว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ผิดมาตรฐาน 7 รายการคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด โดยลักษณะของการผิดมาตรฐาน มีทั้งเรื่องของปริมาณยาไม่ครบมาตรฐาน เวลาในการแตกตัวของยาไม่ดีพอ และความแตกต่างน้ำหนักเฉลี่ยของยา โดยยากลุ่มที่พบว่าไม่ได้มาตรฐานเป็นยากลุ่มรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ผลิตจากอุตสาหกรรมยาภายในประเทศ 2 แห่ง
เภสัชกรวงศ์วิวัฒน์กล่าวว่า แม้การศึกษาครั้งนี้จะพบว่ามียาตกมาตรฐานถึง 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้ หมายความว่าสถานพยาบาลทุกแห่งมียาที่ไม่ได้มาตรฐานถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะยาบางรายการที่นำมาสำรวจในครั้งนี้ โรงพยาบาลบางแห่งที่มีขนาดเล็กอาจไม่มียานี้ใน รพ. อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้อาจบอกได้ว่าภาพรวมของยาที่ผลิตภายในประเทศไทยกับยาต้นตำรับที่ผลิตในต่างประเทศนั้นไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะถูกหรือแพง หากผ่านการรับรองของ อย.ก็ถือว่าเป็นการรับรองคุณภาพในระดับหนึ่งแล้ว แต่มีความเป็นไปได้ที่ยาที่มีการแข่งขันกันมากจะมีการลดราคา อาจทำให้คุณภาพยาลดลงได้ สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกยาที่สุ่มสำรวจครั้งนี้ ใช้หลักเกณฑ์ 3 ส่วน คือ 1. ยากลุ่มที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและการเงิน เช่น ยาปฏิชีวนะ 2. ยากลุ่มที่มีความรุนแรงหากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากต่างกันเพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อชีวิต เช่น ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาโรคทางเดิน อาหาร ยาทางจิตเวช ยากันชัก ยารักษาโรคหลอดลม และยาโรคทางเดินหายใจ และยาปฏิชีวนะบางตัว 3. ยาที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการแข่งขันทางการตลาดสูง มีราคาแตกต่างกันมาก
เภสัชกรวงศ์วิวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับสัดส่วนช่องทางการบริโภคยาของคนไทย 40 เปอร์เซ็นต์ ได้จากร้านขายยา 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นสถานพยาบาลเอกชน และสังกัดอื่นที่ไม่ใช่ของกระทรวงสาธารณสุข เช่น สังกัดมหาวิทยาลัย กองทัพ แต่งานวิจัยดังกล่าวเป็นการเก็บตัวอย่างมาจากโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ ของการใช้ยาในประเทศ ทั้งนี้ การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างราคายาแต่ละรายการ ที่มีความแตกต่างกันเทียบกับคุณภาพ เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่นำมาศึกษายังเป็นจำนวนน้อย แต่ในอนาคตอาจต้องศึกษาความแตกต่างว่า ยาชนิดเอ บริษัทเอ ขายยาชนิดหนึ่ง ราคาหนึ่งบาทกับบริษัทบี ขายยาชนิดเดียวกัน ราคา 10 สตางค์ หากเป็นหน่วยงานรัฐบาลก็ต้องซื้อยาที่มีราคาถูกกว่าเนื่องจากมีเงื่อนไขทางราชการ แต่จริงๆ แล้วยาถูกกว่ามีคุณภาพดีหรือยาแพงถึงมีคุณภาพดี
ด้านเภสัชกรหญิงสุกัญญา เจียระพงษ์ เภสัชกร 8 กองควบคุมยา อย. กล่าวว่า ได้ประสานงานกับทีมวิจัยและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยส่งทีมตรวจสอบคุณภาพยาไปยังบริษัทผู้ผลิต ผู้นำเข้า เพื่อหาปัจจัยที่ทำให้ยาผิดมาตรฐาน ซึ่งอาจเกิดจากการจัดเก็บหรือระบบการขนส่ง ขณะเดียวกัน บริษัทได้เรียกเก็บยารักษาโรคหัวใจที่ตกมาตรฐานลอตดังกล่าว ออกจากท้องตลาดเรียบร้อยแล้ว โดยปกติหาก อย.ตรวจสอบพบว่ามีปัญหา และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการยาแล้ว จะมีการประกาศการสั่งเรียกเก็บยาจากท้องตลาดจาก อย.อย่างเป็นทางการผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนรวมถึงประสานผ่าน สปสช. และสถานพยาบาลต่างๆ ทราบ เพื่อให้นำยาที่ผิดมาตรฐาน ออกจากระบบการให้บริการผู้ป่วย
ไทยรัฐ [12 ก.ค. 50 - 04:36]