หน้าแรก | Sitemap | ตั้งเป็นหน้าแรก | เก็บเว็บนี้ไว้
  ค้นหา     » Advanced Search
หมวดหมู่
Archive
Su Mo Tu We Th Fr Sa
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031

More Top News
อาชญากรรม
การเมือง
ต่างประเทศ


ยังไม่กลับเดือนนี้ ทักษิณโอ่ ไม่ได้กลัวตาย...แต่

image

หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณว่าอาจจะเดินทางกลับประเทศไทยในเร็วๆนี้ เพื่อชี้แจงที่มาของเงินในบัญชีที่ถูก คตส.สั่งอายัดไว้ แต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. รวมทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กลับออกมาพูดทำนองว่ายังไม่ควรจะกลับมา เพราะภายใต้สถานการณ์การเมืองในช่วงนี้อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยนั้น ล่าสุดมีความชัดเจนแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยระบุผ่านที่ปรึกษากฎหมายว่าไม่ได้กลัวตาย แต่ไม่อยากตายก่อนเวลาอันควร 

“สนธิ” เตรียมขยายผลคดียุบพรรค

เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (14 มิ.ย.)  ที่ห้องรับรองภายในกองบัญชาการกองทัพบก ตัวแทนนักธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา จำนวนประมาณ 20 คน นำโดยนายวิโรจน์ พิมลพันธุ์ เข้าพบให้กำลังใจ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. โดยนายวิโรจน์กล่าวว่า ตอนแรกที่มีการปฏิรูปการปกครอง คนไทยในสหรัฐอเมริกาไม่เข้าใจเหตุผล แต่พอศึกษาถึงสาเหตุที่แท้จริงของการปฏิรูป ก็เกิดความเข้าใจ จึงเดินทางมาให้กำลังใจการปฏิบัติงานของ คมช. และจะมีทยอยมาเรื่อยๆ ขณะที่ พล.อ.สนธิกล่าวตอบว่า การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆไปยังต่างประเทศนั้น ยอมรับมีข้อจำกัดในการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต ต่อไปเราจะใช้เครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ไทย โกลบอล เน็ตเวิร์ก หรือทีจีเอ็น ของช่อง 5 ที่เผยแพร่อยู่ใน 155 ประเทศทั่วโลก เพื่อเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้อง เพื่อทำความเข้าใจกับคนไทยในต่างประเทศ โดยจะให้ พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก รวบรวมข้อมูลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนำไปให้คนไทยในสหรัฐอเมริกาได้ขยายผลและทำความเข้าใจ นอกจากนี้ อยากฝากไปถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาว่าจากข่าวที่ตอนนี้ในสหรัฐอเมริกามีการก่อตั้งคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปปล่อยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยในทางที่ผิด โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปการปกครองนั้นเป็นกลุ่มคนที่ไม่หวังดี

รับดูแลความปลอดภัยให้“ทักษิณ”

จากนั้น พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า โดยปกติเป็นสิทธิของอดีตนายกฯ ส่วนจะเดินทางกลับเมื่อไหร่ก็เป็นไปตามนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า คมช.จะดูแลรับผิดชอบความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร พล.อ.สนธิตอบว่า ในเรื่องความปลอดภัยเราจะต้องให้ความดูแล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ถ้าจะกลับเข้ามาก็จะต้องแจ้งมาทางเรา และเราจะไปดูแลความปลอดภัยให้ เมื่อถามว่า จะดูแลในลักษณะใด เพราะมีความเป็นห่วงว่าจะถูกลอบสังหารเหมือนอดีตผู้นำฟิลิปปินส์ พล.อ.สนธิตอบว่า ไม่เชิงอย่างนั้น ปัญหาเรื่องความปลอดภัยมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1. เป็นภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก 2. ผู้ร้องขอการรักษาความปลอดภัยอย่างไร 

อยู่ที่เจ้าตัวจะให้คุ้มครองแค่ไหน

ต่อข้อถามว่า คมช.จะการันตีความปลอดภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณในระดับไหน พล.อ.สนธิตอบว่า ทุกคนมีค่า และมีคุณค่าเท่ากัน อยู่ที่ว่าความต้องการของฝ่ายต้องการจะให้ดูแลมากน้อยแค่ไหน  เมื่อถามว่า  คมช.ประเมินอย่างไร เมื่ออดีตนายกฯกลับมาจะสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ตอบไม่ได้ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที เมื่อถามว่า การเมืองขณะนี้ทำไมถึงเล่นกันแรง เป็นเพราะ คมช.ไปทุบหม้อข้าวของอีกฝ่ายหนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า “มันไม่ใช่เป็นการทุบ แต่เป็นไปตามขั้นตอนของมันอยู่แล้ว” เมื่อถามว่า ต้องระวังตัวหรือไม่ในฐานะเป็นผู้นำ พล.อ.สนธิกล่าวว่า “ไม่ ผมมาถึงตรงนี้ได้ตัดสินใจพร้อมหมดทุกอย่างแล้ว อะไรจะเกิดก็พร้อมอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าหากมีการเล่นงานกันถึงชีวิตจะทำอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่จริง ตนไม่เชื่อ

ขำกลิ้งข่าว “สพรั่ง” ถูกลอบฆ่า 

ต่อข้อถามว่าเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวการลอบสังหาร พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. พล.อ.สนธิกล่าวว่า ข่าวลือก็คือข่าวลือ แต่กองทัพก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ อย่างไร ฉะนั้น ถึงบอกว่าอดีตนายกฯเดินทางกลับมาก็จะต้องระวัง เพราะข่าวลือจะจริงหรือไม่จริงเราไม่รู้ ขนาด พล.อ.สพรั่งยังโดนปล่อยข่าวลือเลย และพรุ่งนี้อาจจะเป็นใครอีกก็ได้ เมื่อถามว่าได้หารือกับ พล.อ.สพรั่งหรือยัง เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น พล.อ.สนธิตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน เพราะมีงานตั้งแต่เช้า เมื่อถามว่าแสดงว่าในขณะนี้ พล.อ.สพรั่งยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี ปรากฏว่า พล.อ.สนธิหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมกับกล่าวว่า ยังไม่รู้สิ เพราะยังไม่ได้เจอกัน 

“สพรั่ง” เย้ยเจ็บแค่ลูกไม้ตื้นๆ 

เย็นวันเดียวกัน พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 ถึงกระแสข่าวถูกลอบสังหารว่า ทราบข่าวลือดังกล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นการลือแบบผสมผสานระหว่างตัวบุคคลและสถานการณ์ โดยกระจายข่าวยังสถาบันการศึกษาและบริษัทต่างๆ เป็นการสร้างวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนให้เกิดความวิตกกังวล เกิดความไม่แน่ใจในบ้านเมือง ที่จริงมีการปล่อยข่าวมา 3-4 ครั้งแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เขาต้องการกดดันการตัดสินใจของกระบวนการยุติธรรม เพราะคดีต่างๆ กำลังจะเกิดขึ้น เพราะถ้าคนอย่างตนกลัว ไม่ต้องถามเลยว่า ข้าราชการส่วนอื่นจะเกิดความลังเล นี่เป็นลูกไม้ตื้นๆ แต่การปล่อยข่าวเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ถือว่าหนักมาก ปล่อยข่าวถึงขนาดตนต้องเปลี่ยนภพภูมิไปเลย ถ้าแม้จะออกข่าวลวงเพื่อให้เป็นความจริงต่อไป ผู้ใต้บังคับบัญชาของเราทั้งกองทัพ บอกแล้วว่าถ้าทำใครคนหนึ่งคนใดในกองทัพ เป้าหมายทั้งหมดก็รับไปด้วยแล้วกัน ทุกคนทั้งลูกน้องในกองทัพ ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองมีขื่อมีแปก็ทำได้เลย เพราะเราพร้อม หรือถ้าอยากไปกับตนก็ตามตนไปด้วย แต่ส่วนตัวไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะผ่านสนามรบมาเยอะ แต่คนที่ขู่เราไม่เคยรบเลย 

ชี้หวังผลกดดันคนทำคดีต่างๆ 

ต่อข้อถามว่าสาเหตุที่ตกเป็นเป้าของการลอบทำร้ายเพื่อให้เกิดความตื่นตระหนกกับคนที่กำลังทำคดีต่างๆใช่หรือไม่ พล.อ.สพรั่งตอบว่า ถูกต้อง เขารู้ว่าถ้าตนตกเป็นข่าว คนไทยที่รักความสงบหรือพลังเงียบจะเป็นคนที่วิตกต่อการกดดัน ซึ่งเป็นความปลอดภัยของชีวิต เพราะคนไทยเป็นคนที่กลัวการคุกคาม ถือว่าเป็นเป้าง่ายๆ ของพวกอันธพาล เวลาจะเรียกค่าไถ่หรือข่มขู่จะออกข่าวอย่างนี้ ดังนั้น ขอเรียนว่าเป็นการใช้วิธีที่สกปรกต่อการตัดสินใจของกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่าสาเหตุที่ขู่ไม่สำเร็จ เพราะไม่กลัวใช่หรือไม่ พล.อ.สพรั่งกล่าวว่า จะกลัวทำไม เกิดมาเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินอยู่แล้ว  

เมื่อถามว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการกดดันกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ที่กำลังคืบหน้า เพื่อให้วิตกว่าขนาด พล.อ. สพรั่งยังเป็นเป้า แล้วคุณจะกล้าหรือ พล.อ.สพรั่งตอบว่า ถูกต้อง เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกกดดัน จะทำให้การตัดสินใจหวั่นไหว ทั้งนี้ ได้บอกกับเพื่อนข้าราชการว่า คนเราเกิดมาต้องตายทุกคน อายุยืนหรือไม่ไม่สำคัญ ตายเพื่อชาติเพื่อบ้านเมืองสำคัญที่สุด

 “ประสงค์” เย้ย “ทักษิณ” ไม่กล้ากลับ

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีประธาน คมช.เตือนถึง ความไม่ปลอดภัยหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงนี้ว่า เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่เดินทางกลับมาแน่นอน เพราะไม่กล้า “ผมรู้จักคนคนนี้ดี ด้วยความไม่กล้านี้จึงได้แต่พูด เพื่อปลุกปลอบคนที่อยู่ในระบอบของตนให้มีกำลังใจ ไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาช่วงนี้” 

ปัดข่าวมือมืดขนเงิน 7 กิโลกรัมเข้าไทย

ส่วนกรณีที่มีข่าวลือว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีการขนเงินน้ำหนักประมาณ 7 กิโลกรัม มากับสายการบินไทยเที่ยวที่บินทีจี 410 จากสิงคโปร์มายังสนามบินสุวรรณภูมินั้น พ.ต.ท.ภัคพงษ์ สายอุบล รองผกก.ทน. รอง หน.สส.ปป.บก.ตม.ทอช. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีการยืนยันว่ามีการขนเงินเข้ามา แต่หากมีการขนเงินมาจริง เจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจได้อยู่แล้ว

“นพดล” โชว์ตัวเลขสินทรัพย์ “ทักษิณ”

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล ลาดพร้าว นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีที่ คตส.มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า 1. เป็นคำสั่งอายัดทรัพย์ที่ไม่เป็นธรรมหลายเรื่อง เพราะข้อกล่าวหาต่างๆยังไม่มีการพิสูจน์ 2. ข้อกล่าวหาที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังถือหุ้นชินคอร์ปอยู่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องเท็จ เพราะกฎหมายระบุว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯต้องโอนหุ้นให้คนอื่น ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็โอนหุ้นให้ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว 3. หลายเรื่องที่อ้างเหตุให้อายัดทรัพย์ ยังไม่มีการสอบสวน 4. การเติบโตของราคาหุ้นชินคอร์ปเป็นไปตามการเติบโตของตลาดหลักทรัพย์ จะเห็นได้ ว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯครั้งแรกในเดือน ก.พ. 2544 ราคาหุ้นชินคอร์ปอยู่ที่ 21 บาท ดัชนีตลาดอยู่ที่ 324 ราคาหุ้นมีมูลค่ารวม 31,242 ล้านบาท แต่พอมาเดือน ม.ค. 2549 ราคาหุ้นอยู่ที่ 49 บาท ดัชนีตลาดอยู่ที่ 750 มูลค่ารวมของหุ้นจึงอยู่ที่ 73,271 ล้านบาท จะเห็นว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองตามที่ถูกกล่าวหา ที่สำคัญในเดือน ก.พ. 2544 ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯครั้งแรก พ.ต.ท.ทักษิณได้ยื่นแสดงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่ามีอยู่จำนวน 15,294 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งหมดก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯมี 46,536 ล้านบาท ดังนั้น การมีคำสั่งอายัดทรัพย์ทั้ง 73,271 ล้านบาท โดยอายัดทุกบัญชี ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เกินกว่าที่จะรับได้ เป็นการกระทำที่ไร้จริยธรรม กลั่นแกล้งกัน

แจงเงิน 8 พันล้านเอาไปลงทุน

นายนพดลกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ คตส.ระบุว่า เงินหายไป 2.8 หมื่นล้านบาทนั้น ประเด็นอยู่ที่เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณก่อนเข้ารับตำแหน่งได้มาโดยชอบธรรมหรือไม่ ธปท.สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นเงินสุจริตก็เป็นเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวที่จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ต่อให้นำไปซื้อโถชักโครกทองคำก็สามารถทำได้ เพราะเป็นเงินของเขา มั่นใจว่า ธปท.จะตรวจสอบได้ว่าเงินทั้งหมดหายไปไหน ยืนยันว่าเงิน 2 หมื่นล้านบาทยังอยู่ในประเทศไทย ส่วนอีก 8 พันล้านบาทที่ระบุว่าหายไปจากบัญชีในช่วงวันที่ 4-11 มิ.ย.นั้น เป็นการนำไปลงทุนตามปกติ เพราะดอกเบี้ยธนาคารขณะนี้ต่ำมากแค่ 3-4% เท่านั้น ไม่ได้ย้ายออกนอกประเทศ โดยนำไปลงทุนหลายอย่าง แต่ตนไม่มีรายละเอียดว่าลงทุนอะไรบ้าง 

เตรียมยื่นเรื่องถอนคำสั่งอายัดทรัพย์

 ต่อข้อถามว่า คตส.มองว่าโดยพฤตินัยแล้วไม่มีการโอนหุ้นชินคอร์ปจริง นายนพดลตอบว่า คตส.พยายามกล่าวหาเพื่ออายัดทรัพย์สิน ทั้งนี้ จะนำหลักฐานมูลค่าหุ้นก่อนดำรงตำแหน่งนายกฯไปยื่นต่อ คตส. เพื่อขอให้ยกเลิกการอายัดทรัพย์โดยเร็วที่สุด เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการฟ้องร้อง คตส. นายนพดลกล่าวว่า เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากจึงต้องใช้เวลา คาดว่าอย่างช้าวันจันทร์ หน้าจะฟ้องร้องได้ ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวคนที่ใกล้ชิดคุณหญิงไปวิ่งเต้นตุลาการรัฐธรรมนูญเพื่อให้ล้มคดียุบพรรคไทยรักไทย นายนพดลกล่าวว่า ไม่เชื่อว่าคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปวิ่งเต้น เพราะเมืองไทยมีคุณหญิงตั้งเยอะ เรื่องนี้ขอให้นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นนี้ ไปดำเนินการให้ถึงที่สุด 

ปัดข่าวซื้อทาวน์เฮาส์หรูที่ฮ่องกง 

นายนพดลยังกล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณไปซื้อทาวน์เฮาส์สุดหรูที่ฮ่องกงว่า เป็นการเสนอข่าวที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีมูลความจริง เท่าที่ตรวจสอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ได้รับการยืนยันว่าไม่เคยซื้อบ้านที่ฮ่องกง และทุกครั้งที่ตนไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไปพบและพักที่โรงแรมตลอด หากข่าวซื้อทาวน์เฮาส์ที่ฮ่องกงเป็นเรื่องจริง ขอให้เอาหลักฐานสัญญาซื้อขายมาพิสูจน์กัน นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่กล่าวหาว่าบริษัทเบเกอร์ บอทส์ บริษัทที่ปรึกษาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกร้องให้นักลงทุนต่างชาติไม่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น จากการตรวจสอบไม่มีข้อความใดที่เรียกร้องให้นักลงทุนต่างชาติบอยคอตเมืองไทยเลย การว่าจ้างบริษัทดังกล่าว ก็เพื่อให้คุ้มครอง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ว่าจ้างให้มากล่าวร้ายประเทศไทย 

ประกาศยังไม่กลับไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากใช้เวลาประเมินแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณยังคิดจะกลับประเทศไทยในเดือน มิ.ย.นี้หรือไม่ นายนพดลตอบว่า จากการประเมินคำพูดของนายกฯ และประธาน คมช.ที่ว่า หากกลับแล้วอาจมีอันตราย พ.ต.ท. ทักษิณ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเราไม่กลัวตาย แต่ไม่อยากจะตายก่อนเวลาอันควร การที่ระบุว่าอาจกลับมาเมืองไทยก็เป็นเพียงแค่การตั้งคำถามเท่านั้น 

ต่อข้อถามว่า เหตุใดจึงมีท่าทีที่อ่อนลงจาก 2 วันก่อน นายนพดลตอบว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับก็ต้องมาตามคำสั่งศาล แต่ความปลอดภัยเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา ดังนั้นจึงยังไม่กลับในเดือน มิ.ย. นี้แน่นอน 

ย้ำไม่ขอลี้ภัยอยู่อังกฤษ 

เมื่อถามถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณต้องการขอลี้ภัยทางการเมือง นายนพดลกล่าวว่า วันที่ถูกยึดอำนาจเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอังกฤษได้สอบถาม พ.ต.ท.ทักษิณว่าจะขอลี้ภัยหรือไม่ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่าไม่ เพราะยังรักครอบครัว เพื่อนและทรัพย์สิน ไม่เคยคิดจะลี้ภัย เพราะไม่มีที่ใดอบอุ่นเท่าเมืองไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อต้องการความสมานฉันท์ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปขอร้องให้ผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงหยุดเคลื่อนไหวหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า การที่ผู้ชุมนุมรวมตัวกันไม่ใช่เพราะรัก พ.ต.ท.ทักษิณอย่างเดียว แต่ยังมีกลุ่มที่ไม่พอใจการยึดอำนาจของ คมช. ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบอกให้เลิกแล้วม็อบหยุดก็แสดงว่าเป็นผู้สั่งให้เคลื่อนไหว  

อีก 3 สัปดาห์ลุ้นผลเจรจาซื้อแมนฯซิตี้

นายนพดลกล่าวถึงความคืบหน้าในการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ว่า เรื่องดังกล่าวทนายความชาวอังกฤษเป็นคนจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่อยากให้ข่าวมาก เพราะอยู่ในช่วงการเจรจา อีกไม่เกิน 2-3 สัปดาห์น่า จะได้ข้อสรุป และเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จ

 ต่อข้อถามว่า เงินที่จะนำมาซื้อทีมฟุตบอลนำมาจากที่ใด นายนพดลตอบว่า ตอนนี้กำลังคุยรายละเอียดการตกลงราคา ยังไม่ถึงขั้นการจ่ายเงิน ตอนแรกเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะซื้อเอาไว้คนเดียวหรือไม่ก็ขอยืมเงินคนอื่นก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมฟุตบอลดังกล่าวตั้งเงื่อนไขคนซื้อต้องปราศจากการคอรัปชัน นายนพดลกล่าวว่า ถ้าซื้อจริงก็ต้องผ่านคุณสมบัติในเรื่องนี้ด้วย แต่เชื่อว่ากฎหมายอังกฤษยึดหลักว่า ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาก็ยังไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น 

แจงรายละเอียดเงิน 2 หมื่นล้าน

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายนพดลเปิดแถลงข่าวอีกครั้งว่า ได้โทรศัพท์คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณถึงที่มาที่ไปของเงินที่ได้จากการขายหุ้น และ คตส.อ้างว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนไปแล้ว 20,387 ล้านบาท เพราะจะได้จบประเด็น ไม่ตกเป็นเหยื่อการปล่อยข่าวอีก โดยเงินดังกล่าวแยกเป็นการลงทุนในบริษัทต่างๆในนามของ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร จำนวน 3,900 ล้านบาท ในนามของนายพานทองแท้ ชินวัตร จำนวน 2,100 ล้านบาท โดยลงทุนในบริษัท 4 บริษัท ได้แก่ บริษัทพีที คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทเวิร์ธ ซัพพลายส์ จำกัด บริษัทประไหมสุหรี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด และบริษัทเอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนในนามของครอบครัวดามาพงศ์ในอีก 3 บริษัทคือ บริษัทโอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทบีบีดีดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด และบริษัทบีบีดี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 10,400 ล้านบาท อีกทั้งยังมีบัญชีเงินฝากของนายพานทองแท้อีก 2,000 ล้านบาท ที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงไทย และเงินฝากของ น.ส.พิณทองทาอีก 4,000 ล้านบาท ที่ฝากไว้กับธนาคารนครหลวงไทย และอีก 1,000 ล้านบาท ฝากไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ ซึ่งเงินในบัญชีของทั้งสองคนไม่ได้ถูกอายัดทรัพย์ และทั้งสองคนเคยแจ้งบัญชีดังกล่าวให้ คตส.รับทราบแล้ว โดยระบุว่าเตรียมจะนำไปลงทุนในสโมสรฟุตบอลของอังกฤษ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากเงิน 7,000 ล้านบาท ของทั้งสองคนถูกอายัดอีก จนไม่สามารถซื้อหุ้นทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ คตส.ต้องรับผิดชอบ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณตั้งใจจะซื้อในนามของลูก เนื่องจากตัวเองไม่มีเงินลูกรวยกว่า โดยในวันที่ 18 มิ.ย. ตนจะนำเอกสารทั้งหมด รวมถึงบัญชีทรัพย์สินที่เคยชี้แจง เมื่อปี 2537 ซึ่งแจ้งว่ามีอยู่ 6 หมื่นกว่าล้านบาทนั้น เพื่อให้เห็นว่ารวยมาก่อนที่จะเป็นนายกฯแล้ว  

แขวะคตส.ตรวจตัวเลขผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วเงินที่ยังขาดอีกเกือบ 8 พันล้านบาท หายไปที่ไหน นายนพดลตอบว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินที่ซ้อนทับกันอยู่ คตส.อาจตรวจสอบตัวเลขผิด เชื่อว่า ธปท.จะสามารถตรวจสอบที่มาของตัวเลขอย่างชัดเจนได้ 

ดักคอ คมช.-รัฐบาลจ้องทำร้าย 

 นายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ประธานกลุ่มคนรักทักษิณ ไม่เอาเผด็จการ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังจะไม่เดินทางกลับประเทศไทย เพราะหวั่นถูกฆ่า หลัง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.ไม่รับรองความปลอดภัยให้ว่า เห็นด้วยที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่กลับมาประเทศไทยตอนนี้ เพราะไม่มั่นใจว่า คมช.และรัฐบาลจะสามารถดูแลความปลอดภัยให้ได้ เพราะทั้ง คมช.และรัฐบาลล้วนเป็นศัตรู จ้องทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณมาตลอด ไล่ตั้งแต่ทำรัฐประหาร ยุบพรรคไทยรักไทย จนมีการอายัดทรัพย์สิน เท่าที่ประเมินดูเห็นว่า คมช.และรัฐบาลต้องการที่เอา พ.ต.ท.ทักษิณเข้าคุกให้ได้ ถ้าเอาเข้าคุกไม่ได้ก็อาจจะมีการสังหาร 

“ประเวศ” ชี้ถ้า “ทักษิณ” กลับ-ตายแน่

นพ.ประเวศ วะสี นักวิชาการอาวุโส ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อชี้แจงกรณีถูกอายัดทรัพย์ว่า อยากเตือนว่าถ้ากลับเข้ามาจะเกิดเหตุบานปลาย ปะทะกันอย่างรุนแรง และ พ.ต.ท.ทักษิณจะถูกทหารฆ่าตายแน่ๆ เพราะคนที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณก็รักรุนแรง คนเกลียดก็เกลียดรุนแรง ถือเป็นคนพิเศษที่ก่อให้เกิดความคิดอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง “ถ้าเข้ามาอาจเกิดการปะทะกันขึ้น แล้วทหารจะไม่เอาคุณทักษิณไว้ ถ้าคิดว่าคุณทักษิณเป็นตัวก่อให้เกิดความรุนแรง เกิดจลาจลในบ้านเมือง และทหารจะคิดว่ากระทบ กระเทือนสถาบัน เขาจะไม่เอาไว้ แล้วถ้าทหารคิดจะฆ่าใคร เขาฆ่าจนได้ เขาอาจจะไม่เก่งเรื่องการเมืองการปกครอง แต่เรื่องใช้อาวุธเขาเก่ง และถ้าคุณทักษิณถูกฆ่าตายไป มันไม่จบ เรื่องก็วุ่นวายประท้วงต่อไป จึงควรต้องป้องกันไม่ให้คุณทักษิณถูกฆ่าตาย ซึ่งการป้องกันให้ดีที่สุดคืออย่าให้เข้ามา ผมไม่มีหน้าที่อะไร แต่อยากเตือนไว้” นพ.ประเวศกล่าว 

ปชป.อ่านเกม “ทักษิณ” จะขอลี้ภัย

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจ้างบริษัทเบเกอร์ บอทส์ ให้บอยคอตประเทศไทย เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณว่าจ้างฝรั่งในฐานะทีมกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่เป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์อีกแล้ว เพราะทราบมาว่ามีการโอนเรื่องนี้ไปอยู่ในแผนกหนึ่งที่ฮิวส์ตัน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ที่ดูแลกฎหมายข้อพิพาทระหว่างประเทศ รัฐบาลจึงต้องดูให้ดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังทำอะไร จะไม่ให้น้ำหนัก กับเรื่องนี้คงไม่ได้ ต้องเรียกตัวและหาทางต่อสู้ “ผมตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทกำลังดูข้อกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อต่อสู้คดีให้กับคุณทักษิณ โดยอาจจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ  ถ้าลี้ภัยได้ คุณทักษิณก็ไม่ต้องมาขึ้นศาล ไม่ต้องกลับมาก็ได้ และคดีที่ คตส.กำลังดำเนินการก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ สิ่งที่คุณทักษิณกำลังทำ ผมคิดว่าอาจตรงกันข้ามกับที่ทุกคนกลัวว่าคุณทักษิณจะกลับมา” 

ยุคตส.เปลี่ยนเป้าพิสูจน์เงิน 

นายกอร์ปศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ คตส.ระบุเรื่องเงิน 2 หมื่นกว่าล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณหายไปว่า วันนี้มีคำถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณร่ำรวยผิดปกติจริงหรือไม่ ทรัพย์สินที่เดือดร้อนทุกวันนี้ไม่ใช่เงินของ พ.ต.ท.ทักษิณเลย เพราะได้ชี้แจงมาตลอดว่ามีเงินอยู่เพียงแค่ 300 กว่าล้านบาท และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา ก็มีเงินเพียงแค่ 1,000 กว่าล้านบาท ฉะนั้นเงิน 7 หมื่นกว่าล้านบาท เป็นเงินของใคร พ.ต.ท.ทักษิณบอกตลอดว่าเป็นเงินของลูก ฉะนั้นคนที่เดือดร้อนคือลูกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเมืองไทย จึงสามารถไปชี้แจง คตส.ได้ว่าเงินเหล่านี้ได้มาด้วยความสุจริต และ คตส.ก็คงคืนให้ ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์กัน

ไทยรัฐ [15 มิ.ย. 50 - 04:40]

409 อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

» อายัดเงินทักษิณอีก 5พันล้าน โยกจากบัญชีน้องเอม
โพสเมื่อ Jun 21,2007
» "แอ้ด-สนธิ"ท้าส่ง แม้วขู่กลับก่อนกำหนดศาลสั่ง
โพสเมื่อ Jun 13,2007
» นิติกร 7 ยื่นคตส.ฟัน เจ๊หน่อย คดีคอมฯฉาว 900 ล.
โพสเมื่อ Oct 07,2006
» หลังเที่ยงคืน “ไอทีวี” จอดับไม่มีกำหนด-ส่งกฤษฎีกาเคลียร์ กม.ก่อน
โพสเมื่อ Mar 06,2007
» คตส.บี้ โอ๊ค-เอม ภาษี1.5 หมื่นล้าน
โพสเมื่อ Dec 09,2006
ให้คะแนนกับบทความนี้?
(total 0 votes)

ความนิยมสูงสุด


ForWard Mail Member
สนใจรับ"ฟอร์เวริดเมลล์" เจ๋งๆ จากดีดีจังกรุ๊ป
ใส่ Email ด้านล่างแล้วคลิ๊กลิ้งค์
ในอีเมลล์ที่ระบบส่งให้อีกครั้ง