หน้าแรก | Sitemap | ตั้งเป็นหน้าแรก | เก็บเว็บนี้ไว้
  ค้นหา     » Advanced Search
หมวดหมู่
Archive
Su Mo Tu We Th Fr Sa
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031

More Top News
อาชญากรรม
การเมือง
ต่างประเทศ


"แอ้ด-สนธิ"ท้าส่ง แม้วขู่กลับก่อนกำหนดศาลสั่ง

image
ฮึ่มฟ้องกลับ-โดนอายัดยืนยันร่ำรวยตามปกติเผยคตส.เสียงแตก7-4 ทักษิณ"ส่ง"นพดล" เปิดแถลงข่าวจวกยับ คตส.ไร้คุณธรรม สั่งอายัดทรัพย์ 5 หมื่นล้าน อ้างเป็นทรัพย์สินที่ได้มาถูกต้อง เป็นความร่ำรวยโดยปกติ เตรียมฟ้องกลับ คตส.ทั้งแพ่งและอาญา เรียกค่าเสียหายตามจำนวนทรัพย์สินที่ถูกยึด เตือนรัฐบาล-คมช. อย่าบีบให้ต้องสู้ ขู่อาจกลับเข้าประเทศก่อนกำหนด และไม่ยอมอยู่เฉยแน่ "แอ้ด"ไฟเขียวให้กลับมาได้ แต่รัฐบาลไม่รับรองความปลอดภัย เพราะถือเป็นหน้าที่ของตำรวจดูแล "สนธิ"บอกแล้วแต่นายกฯ คมช.ไม่ห่วง ปฏิเสธใบสั่งยึดทรัพย์ เผยเบื้องหลัง คตส.เสียงแตก 7 ต่อ 4 แฉวิธี"หญิงอ้อ"ซื้อเครื่องเพชรหิ้วออกไปขายต่อต่างประเทศ เปลี่ยนเป็นเงินสด แบงก์ชาติเชื่อเงิน 2 หมื่นล้านของทักษิณ ยังอยู่ในประเทศ พร้อมให้ความร่วมมือ คตส.ตรวจสอบ อดีต ส.ส.ทรท.เป็นห่วง"แม้ว"โดนลอบสังหารคาสนามบิน

สนธิโต้"ใบสั่ง"อายัดทรัพย์

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) สั่งอายัดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวกว่า 5 หมื่นล้านบาท ว่า เป็นไปตามขั้นตอนและระบบที่วางไว้ เป็นภาระหน้าที่ของ คตส. ต้องทำอยู่แล้ว ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่ต้น เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงไม่ให้เกิดปัญหาอย่างทุกวันนี้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า มันต้องมีเหตุมันถึงมีผล คปค.ที่ทำไว้ก็ไม่ได้คิดจะยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ เพราะเราเห็นว่าข้อกฎหมายในข้อเท็จจริงจะดำเนินการไปตามขั้นตอนของมัน

เมื่อถามว่าเหตุผลที่ คตส.อ้างในการอายัดทรัพย์ฟังได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เห็นว่าเหมาะสม ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมฟ้องกลับคตส.นั้น ระบอบ ประชาธิปไตยก็ฟ้องกันไปฟ้องกันมา สุดท้ายศาลเป็นผู้ตัดสิน ผู้สื่อข่าวถามว่าการอายัดทรัพย์ครั้งนี้ช้าไปหรือไม่ เพราะเงินหายไปกว่า 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ประ ธานคมช.กล่าวว่า เดี๋ยวจะต้องมีเหตุผล เขาต้องมาตอบเองว่าเงินอยู่ที่ไหน เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปซีเรียส เราดูภาพอื่นให้ชาติบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีกว่า

ต่อข้อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าแตกหักกับ พ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวพร้อมหัวเราะว่า ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่องกัน ถือว่าทำตามหน้าที่ของเราถูกแล้ว ส่วนที่มองว่า คตส. ได้รับใบ สั่งที่เป็นผลพวงมาจากการหารือระหว่างประธาน คมช. นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย. พล.อ.สนธิ กล่าวว่า "ไปแตะท่านได้ที่ไหนคตส. ก็รู้อยู่" เมื่อถามว่าการหารือเกิดขึ้นระหว่างการออกรอบตีกอล์ฟ พล.อ.สนธิ กล่าวปฏิเสธว่า "ผมไม่ได้ไปเล่นกอล์ฟ ผมไม่ได้ไป"

คตส.บี้ต่อ-เงิน2หมื่นล้าน

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. กล่าวถึงการที่ คตส.มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ในการอายัดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่การประชุมใหญ่ของศาลฎีกาก็ไม่เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ เป็นความเห็นที่แตกต่างในเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนเงิน 2 หมื่นล้านที่หายไปจากบัญชี ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้าไปตรวจสอบ หากพบว่าอยู่ที่ไหนก็จะตามไปอายัด ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมฟ้อง คตส.นั้น ไม่เป็นไร ฟ้องก็ฟ้องไป ทุกอย่างว่ากันที่ศาล แต่ คตส.ยืนยันว่าการอายัดทรัพย์ได้พิจารณาภายใต้กรอบกฎหมายครบถ้วน จนเป็นมติ

นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. กล่าวถึง กรณีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท. ทักษิณ จะฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญาให้ถึงที่สุดว่า ถ้าเราโดนเราก็ต้องสู้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ว่าทางนั้นจะฟ้องหรือไม่ฟ้องทางเราถือตามหลักฐานอยู่ดี รวมทั้งไม่มีผลเปลี่ยนแปลงด้านการทำงานของ คตส. เราไม่กลัวและไม่โกรธ ทุกอย่างไม่มีปัญหา

นายแก้วสรร ยังกล่าวว่า คตส.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่งที่มีบัญชีของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมด เพื่อขอรายละเอียดของสเตตเมนต์และตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีที่หายไป ทั้งเงินที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปกว่า 73,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้หายไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้าน รวมถึงยอดเงินอื่นๆ ว่านำไปใช้ในส่วนใดบ้าง ทั้งนี้ยอมรับว่า คตส. ไม่มีอำนาจอายัดหรือตรวจสอบทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากติดขัดด้านข้อกฎหมาย

ตร.เพิ่มกำลังอารักขา"คตส."

ด้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการ คตส. กล่าวว่า วันนี้ คตส.จะส่งคำสั่งอายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน รวมถึงผู้ที่เกี่ยว ข้องในการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป โดยมีนายนาม ยิ้มแย้ม ลงนามในหนังสือคำสั่ง ส่งไปยังธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ต่อไป

วันเดียวกัน มีทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากบช.น. จำนวน 3 ชุด ทั้งจากสน.บางซื่อ และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานมายัง สตง. เพื่อขอที่อยู่กรรมการ คตส.ทั้ง 11 คน โดยแจ้งว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลความปลอดภัยที่บ้านพัก ทั้งนี้ ร.ต.ท. วุฒิไกร จาตุรงค์เสรีกุล นายตำรวจจาก บช.น. เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาส่งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลความปลอดภัยกรรมการคตส.ที่บ้านพักเป็นการพิเศษ นอกจากนี้ได้สอบถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของ สตง. โดยจะเพิ่มจุดตรวจบริเวณรอบสตง.มากขึ้น

คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า ธนาคารต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ ตอนนี้ต้องยุติการทำธุรกรรมของบัญชีดังกล่าว ห้ามถอนออกแต่ดอกเบี้ยก็ยังเดินตามปกติ

นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพร้อมอายัดบัญชีเงินฝากของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 บัญชี หลังได้รับหนังสือแจ้งจาก คตส.แล้ว โดยวันที่ 12 มิ.ย. จะส่งรายงานบัญชีดังกล่าวให้ คตส.ต่อไป ถึงแม้จะอายัดบัญชีโดยทั่วไปแล้ว ธนาคารยังจ่ายดอกเบี้ยให้ตามปกติ แต่เจ้าของบัญชีไม่สามารถถอนได้จนกว่าจะมีคำสั่งจาก คตส.

ธปท.เชื่อ2หมื่นล.ยังอยู่ในไทย

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า คตส. ยังไม่มีหนังสือขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินจำนวนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่พบว่ามีการโยกย้ายออกจากบัญชี หาก คตส.ทำหนังสือมา ธปท.ก็พร้อมให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบความผิดปกติในการถอนเงินจำนวนมากออกจากประเทศ มีเพียงการนำเงิน 400 ล้านบาทที่คุณหญิงพจมาน ขออนุญาตนำไปซื้อบ้านที่อังกฤษ "หากมีการนำเงินจำนวนมากออกไปจริงต้องมีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และไม่แน่ใจว่าหากมีการแลกเงินบาทมาเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เงินดอลลาร์สหรัฐในประเทศจะมีเพียงพอหรือไม่" นางธาริษา กล่าว

นายสุชาติ สักการโกศล ผอ.ฝ่ายกำกับการแลกเปลี่ยนเงินและสินเชื่อ ธปท. กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณผิดปกติในการลักลอบนำเงินออกนอกประเทศ มีเพียงกรณีคุณหญิงพจมาน ขออนุญาตนำเงิน 400 ล้านบาทไปซื้อบ้านที่อังกฤษ นอกจากนี้ไม่มีการขอนำเงินออกนอกประเทศเพิ่มเติม รวมถึงการขอนำเงินไปซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ หาก คตส.มีหนังสืออย่างเป็นทางการ ธปท.สามารถตรวจวิเคราะห์ได้ ซึ่งการตรวจสอบการโอนเงินไปต่างประเทศจะใช้เวลา 7-15 วัน ส่วนที่ว่าอาจมีการทยอยนำเงินออกไปเรื่อยๆ นายสุชาติ กล่าวว่า สามารถดูข้อมูลย้อนหลังถึง 3 ปี ตามระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา หากเกี่ยว ข้องกับธนาคารพาณิชย์ ธปท.จะต้องขอข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการตรวจสอบไปยังธนาคาร ยูบีเอส สิงคโปร์ ซึ่งธปท.กระทำได้ แต่ต้องรอคำสั่ง คตส. ผู้สื่อข่าวถามว่าเงิน 20,000 ล้านบาท ยังอยู่ใน ประเทศใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่เห็นไปไหน

ทักษิณขู่อย่าบีบให้เข้าตาจน

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ แถลงว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางถึงกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษแล้ว ได้พูดคุยกับท่าน 5 ประเด็น คือ 1.แม้พรรคไทยรักไทยจะถูกตัดสินให้ยุบพรรค แต่สมาชิกพรรคยังเป็นปึกแผ่น เข้าใจว่าคนบางกลุ่มอยากทำลายพรรคไทยรักไทย และเข้าใจไปเองว่ามีการส่งท่อน้ำเลี้ยงจากพ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับคนที่ท้องสนามหลวง จึงจะตัดท่อน้ำเลี้ยง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ละเมิดหลักนิติธรรมและไร้คุณธรรม พ.ต.ท. ทักษิณรู้สึกว่ามีความพยายามจะให้ประชาชนไปสนับสนุนพรรคอื่นที่ไม่ใช่ไทยรักไทย ด้วยการสร้างความอ่อนแอให้พรรคไทยรักไทยมากที่สุด

2.หลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. พ.ต.ท. ทักษิณได้ประกาศมาตลอดว่าจะวางมือทางการเมือง แต่หลังจากนั้นมีการถอนพาสปอร์ตทูต ก่อนจะอายัดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณจึงฝากถามว่าอยากให้ท่าน กลับสู่การเมืองใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมต่อครอบครัว เมื่อเข้าตาจนทุกคนก็ต้องหาทางต่อสู้ สิทธิความเป็นคนไทยและสิทธิในการเคลื่อน ไหวของท่านก็มี แต่วันนี้ท่านยังไม่ตัดสินใจจะกลับประเทศ เพียงแต่ฝากถามผู้มีอำนาจว่าอยากให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ 3.คำสั่งอายัดทรัพย์ไร้คุณธรรม ไม่เป็นธรรม และขัดต่อหลักกฎหมาย กรณีของซีทีเอ็กซ์ หวยบนดิน และทุจริตกล้ายาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ คตส. มีเพียงคดีที่ดินรัชดาฯ เท่านั้นที่มีข้อสรุปแล้ว เรื่องส่วนใหญ่ยังไม่มีข้อสรุป ถือเป็นการสันนิษฐานให้ผิดไว้ก่อนแล้วค่อยมาพิสูจน์กันใช่หรือไม่ เพราะหลักฐานถือว่าไม่เพียงพอ เป็นการเหวี่ยงแห หาเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณอย่างถึงที่สุด

อ้างร่ำรวยปกติ-ทำดีไม่ได้ดี

4.ข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ยืนยันว่าท่านร่ำรวยเป็นปกติ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นปกติ หากดูจากปี"36 ดัชนีอยู่ที่ 1,400 หุ้นกลุ่มชินที่ราคาพาร์ 143 บาท ต่อมาปี"41 หลังวิกฤตเศรษฐกิจ ราคาพาร์เหลือ 1 บาท และในปี" 49 ราคาพาร์อยู่ที่ 49 บาท จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามราคาตลาด ไม่มีอะไรไปทำให้ราคาหุ้นขึ้นจนร่ำรวยผิดปกติได้ มี 3-4 โครงการที่คตส.ไม่ได้ตรวจสอบ แต่เอามาอ้าง เป็นการกล่าวหา บิดเบือนข้อมูล พยายามเด็ดปีกพ.ต.ท.ทักษิณไม่ให้มีความสะดวกสบาย อ้างว่าทำให้รัฐเสียหาย การที่พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นให้เทมาเส็กโดยผ่านบุตรนั้น เพราะกลัวจะโดนข้อกล่าวหาว่าเตรียมนำทรัพย์สินออกไปนอกประเทศ ทั้งที่ความจริงสามารถขายให้เทมาเส็กได้โดยตรง ถือเป็นเจตนาดีแต่ผลที่ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็น

5.นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส. จะกลั่นแกล้งเอาผิดพ.ต.ท.ทักษิณไปอีกนานแค่ไหน ท่านเป็นผู้นำประเทศมา 4-5 ปี ไม่เชื่อว่าคนจะชั่วบริสุทธิ์หรือดีบริสุทธิ์ได้ ย่อมต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมื่อก่อนคนจนไม่มีเงิน หลายโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นได้เพราะใคร ด้วยสติปัญญาของคมช.สามารถทำแบบนั้นได้หรือไม่ คมช.ต้องการให้เกิดความสมาน ฉันท์ แต่จากการกระทำ ตนยังรู้สึกเจ็บปวดแทน แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะถูกยึดทรัพย์จนไม่มีเงินจ้างทนาย ตนก็ยินดีทำให้ฟรี เพราะเงินทองสำคัญน้อยกว่าการทำเพื่อรักษาชื่อเสียงวิชาชีพ

ฮึ่มฟ้องคตส.ทั้งแพ่ง-อาญา

นายนพดล กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ เวลา 09.00 น. มีการประชุมทีมทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยคาดว่าใน 2-3 วันนี้หรือช่วงต้นสัปดาห์จะดำเนินคดีแพ่ง และคดีอาญาเพื่อเอาผิดกับ คตส. รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียโอกาสที่ไม่สามารถนำเงินไปทำการใดๆ ได้ ซึ่งต้องพิจารณาก่อนว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ และอาจจะฟ้องร้องตามนั้น เวลานี้พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีที่พึ่ง คงหวังได้แต่เพียงศาลยุติธรรมภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ กรณี คตส.ระบุมีการโยกย้ายเงินจากการขายหุ้นหรือไม่ว่าเป็นช่วงก่อนหรือหลังการรัฐประหาร นายนพดล กล่าวว่า หุ้นแอมเพิลริชนั้น หากคตส.ประเมินแบบแย่สุดคือ 2 หมื่นล้าน แต่เงินในธนาคารมีอยู่ 5 หมื่นล้าน ก็สามารถหักล้างกันได้ โดยที่ยังเหลือเงินอยู่ ยืนยันว่าเงินยังอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ และหลังยึดอำนาจเงินเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในบัญชี ไม่มีการยักย้ายถ่ายเท ครอบครัวนี้เป็นคนไทยธรรมดาที่ทำธุรกิจสุจริต ไม่ได้โกงใครมา เขาจะกินจะใช้อะไรต้องไปแบมือขอเงินจากคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อย่างนั้นหรือ ทั้งที่เงินเขาเป็นคนหามาได้เอง ทุกบัญชีเอาของเขาหมด ถ้าอยากจะเติมน้ำมันรถ ต้องไปบอกนายกล้าณรงค์ จันทิก ใช่หรือไม่ อย่าเหวี่ยงแหเลย คิดว่าเป็นการใช้อวนลากมากกว่า วันนี้หลักนิติธรรมถือว่าถูกทำลายอย่างร้ายแรงที่สุด เราไม่มีปืน จะสู้ตามกรอบกติกา ไม่จำเป็นต้องไปปล้นอำนาจมา หรือไปคุกคามข่มขู่อย่างที่คนอื่นทำ ช่วงนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่กระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายมากที่สุด

สาปแช่ง- น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ขึ้นเวทีประท้วงของม็อบพีทีวีที่ท้องสนามหลวง เมื่อค่ำวันที่ 12 มิ.ย. โดยทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งคมช. รวมทั้งยืนยันไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ



เผย"แม้ว"อาจกลับไทยเร็วขึ้น

เมื่อถามว่าเวลา 60 วันที่ คตส.ให้พิสูจน์เรื่องทรัพย์สินนั้น จะพิสูจน์หรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า จะพิสูจน์แน่นอน โดยกระบวนการของเราคือจะฟ้องแพ่ง ฟ้องอาญาและพิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่ได้มาไม่เกี่ยวข้องกับข้อหา ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง สุจริต สามารถพิสูจน์ได้ สำหรับกรณีที่ดินรัชดาฯ หากมีความผิดก็แค่จำคุกและยึดที่ดิน จะอาศัยเหตุนี้มาอายัดทรัพย์ไม่ได้

นายนพดลกล่าวว่า การอายัดทรัพย์ของ คตส.ย่อมกระทบต่อการซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วย แต่หากทางแมนฯ ซิตี้ขอความชัดเจนมา พ.ต.ท. ทักษิณจะบอกว่ายังมีความตั้งใจจะดำเนินการต่อ เพราะไม่อยากให้นักการเมืองบางคนหรือคนบางกลุ่มมาเยาะเย้ยว่าเป็นแค่การสร้างข่าว แต่จะส่งผลกระทบแค่ไหนยังประเมินไม่ได้ เชื่อว่าทางแมนฯซิตี้เข้าใจในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณถูกกระทำอยู่ ดังนั้น ในเรื่องของเส้นตายการซื้อสโมสรจึงน่าจะมีการอะลุ่มอล่วยกันได้

เมื่อถามถึงข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์ว่าพ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางกลับไทยในวันที่ 22 มิ.ย. นายนพดลกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือ ตอนแรก พ.ต.ท.ทักษิณคิดว่ามีการอายัดทรัพย์ของตัวเองและภรรยาเท่านั้น จึงบอกว่าจะขอเงินลูกใช้ แต่พอทราบภายหลังว่าบัญชีของลูกก็ถูกอายัดด้วย จึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม จึงเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะส่งผลให้ท่านเดินทางกลับมาประเทศไทยเร็วขึ้น แต่ยังไม่กล้าฟันธงว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ จะก่อนสิ้นเดือนนี้หรือไม่นั้น คาดว่า 2-3 วันนี้จะชัดเจน

เผย3ทางต่อสู้-ไม่อยู่เฉยแน่

เมื่อถามว่าต้องขออนุญาต คมช.ก่อนหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ไม่ต้องขอแล้ว เนื่องจากโฆษก คมช. บอกว่ามีสิทธิกลับประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เราจึงขอยึดตามคำพูดของโฆษก คมช. แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดความปั่นป่วนแน่นอน ส่วนที่ คมช.คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับในวันที่ 24 มิ.ย. เนื่อง จากมีการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งก็จะเดินทางกลับ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ต้องดูอีกครั้งว่าจะกลับเร็วกว่านั้นหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้

ต่อข้อถามว่าการเดินทางกลับของพ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นไปในรูปแบบใด นายนพดล กล่าวว่า กลับมาได้หลายวิธี แม้จะเล่นการเมืองไม่ได้แต่ยังสนับสนุนได้ ให้กำลังใจให้คำปรึกษา สนับสนุนทางการเงินหรือช่วยปราศรัยได้ ถ้าหากมีการบังคับและกลั่นแกล้งกันมาก พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่กลับมาในฐานะผู้นั่งชม แต่จะเป็นผู้เล่น วันนี้จึงขอถามว่าอยากเลิกหรือให้กลับ คนเราถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มี 3 วิธี คือต่อสู้ตามกฎหมาย ต่อสู้ทางการเมืองโดยการเลือกตั้ง และอยู่เฉยๆ ซึ่งตนไม่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่เฉยๆ หลังจากครอบครัวโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้ เกือบทุกเรื่องยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา ไม่ได้เป็นความผิด แต่กลับมาอายัดทุกทรัพย์สินโดยไม่เป็นธรรม เชื่อว่าประชาชนจะเห็นใจครอบ ครัวชินวัตร การกระทำของคตส.ครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนักทางการเมือง

ยอมรับมีเปิดบัญชีที่สิงคโปร์

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินสถานการณ์ม็อบหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังยึดแนวทางสันติวิธีแม้เจ็บปวดใจเพียงใดก็ตาม แต่จะไม่ให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย การชุมนุนนั้นก็ขอให้อยู่ในความสงบ อยู่ในกรอบ อย่าละเมิดกฎหมาย เพราะบ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว

นายนพดล กล่าวด้วยว่า การอายัดทรัพย์นั้นสามารถอุทธรณ์ได้ และนายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุ การคตส.ก็พูดแล้วว่าการอายัดเป็นเพียงชั่วคราว แต่เสียใจตรงที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยมีท่าทีจะหลบหนี ไม่มีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปซ่อนที่ไหน ทำไมถึงต้องอายัดทรัพย์กันขนาดนี้ เงินส่วนใหญ่ยังอยู่ในเมืองไทย แต่ในรูปของทรัพย์สินก็มีบ้าง ส่วนทรัพย์สินที่หายไป 2 หมื่นกว่าล้านนั้น มีการเอาไปใช้จ่ายบ้าง จ่ายค่าเทอมให้ลูกบ้าง ซื้อทรัพย์สินบ้าง ตรงนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้ ส่วนที่มีการไหลของเงินผ่านมูลนิธิไทยคมเกือบพันล้านนั้น มูลนิธินำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือสาธารณกุศล จะเอาไปซื้อรถเบนซ์ไม่ได้เลย สามารถตรวจสอบได้ในเรื่องของความโปร่งใส

เมื่อถามว่ามีการเปิดบัญชีที่ประเทศสิงคโปร์หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า อาจมีบ้าง แต่ไม่ใช่การผ่องถ่ายทรัพย์สิน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงทำไปนานแล้ว ยืน ยันว่าเงินส่วนใหญ่ยังอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ส่วนตัวไม่รู้ว่ามีมากแค่ไหนและอยู่ที่ไหนบ้าง แต่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้เงินอยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่

"แอ้ด"ไฟเขียว"แม้ว"กลับไทย

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับไทยก่อนกำหนดว่า ทำได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อคตส.ประกาศไปแล้วว่าสามารถมาชี้แจงเรื่องทรัพย์สินได้ในเวลา 60 วัน ก็ถือเป็นสิทธิ์ของพ.ต.ท. ทักษิณจะมาชี้แจงว่าทรัพย์สินที่ได้มาเป็นไปอย่างไร หากอยู่ภายใน 60 วันก็ถือว่าให้ทำตามที่คตส.แจ้งไป ต่อข้อถามว่ารัฐบาลจะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยอย่างไร นายกฯกล่าวว่าเป็นเรื่องของตำรวจ รัฐบาลคงไม่ต้องไปรับรองเรื่องความปลอดภัย เพราะกฎหมายให้สิทธิเท่าเทียมกันกับประชาชนทุกคน ไม่มีข้อยกเว้นเป็นพิเศษสำหรับผู้หนึ่งผู้ใด และหาก พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคมช.หรือรัฐบาล เพียงแต่ควรชี้แจงให้คตส. ทราบว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่ อย่างไร จะได้ประสานงานกัน

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯระบุว่ายังไม่ถึงเวลาเหมาะสมที่พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่าเมื่อวันนี้มีความจำเป็นที่ต้องมาชี้แจงเรื่องทรัพย์สินกับ คตส. ก็เป็นเรื่องของท่านที่จะใช้สิทธิ์ตรงนั้นได้ เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมกับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ตั้งธงไว้ก่อนว่าจะเอาผิด นายกฯกล่าวว่ารัฐบาลไม่เคยคิดจะเอาผิด เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยว ข้องกับเรื่องที่จะชี้ว่าใครผิดหรือไม่ผิด รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลให้บ้านเมืองเกิดความสงบ นำไปสู่ขั้นตอนต่างๆ และการเลือกตั้งในปลายปีนี้

"มาร์ค"ให้สู้ตามช่องกฎหมาย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคตส.มีมติสั่งอายัด ทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นไปตามกระบวนการ ฉะนั้นพ.ต.ท.ทักษิณควรใช้สิทธิอุทธรณ์หรือร้องขอเพื่อชี้แจงตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนที่อ้างว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณต้องมาชี้แจง และต่อสู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ผิดเพราะอะไร เป็นสิทธิที่ทำได้

เมื่อถามถึงนายนพดลระบุเป็นการตัดแขนขาของพ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นความพยายามเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณให้ได้นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คนที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณน่าจะมองดูบ้านเมืองและตัวระบบเป็นหลัก ถ้ามองทุกอย่างมุ่งไปที่ตัวพ.ต.ท. ทักษิณก็จะเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น แต่เรื่องนี้ไม่แปลก เพราะคตส.สอบสวนอยู่ หลายฝ่ายก็บอกว่าการสอบสวนช้าเกินไป ซึ่งไม่ว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไรต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็มีช่องทางให้ต่อสู้ทางกฎหมายได้ พ.ต.ท.ทักษิณก็มีสิทธิเต็มที่ จึงควรใช้ช่องทางนี้ดีกว่า อย่าเอามาเป็นเงื่อนไขสร้างอารมณ์ให้เกิดความแตกแยกมากกว่านี้

ส่วนที่มีคนเกรงว่าการอายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเป็นการเติมเชื้อไฟให้รุนแรง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ากลุ่มคนที่ต้องการความรุนแรงก็ยังคงต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่คนที่ไปแสดงออกและร่วมชุมนุมโดยไม่ได้มีเป้าหมายนี้ ตนไม่คิดว่าพวกเขาจะไปสนับ สนุนให้เกิดความรุนแรง และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้อง การให้เกิดความสงบ เศรษฐกิจฟื้นและได้ประชาธิป ไตยกลับคืนมา

"เติ้ง"ก็เชื่อไม่มีใบสั่งจากคมช.

ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีคตส.อายัดทรัพย์ของพ.ต.ท. ทักษิณว่า ตอบลำบาก เพราะเป็นเรื่องคตส.ที่จะสอบสวน ขึ้นอยู่กับหลักฐานว่าเป็นอย่างไร ต้องไปต่อสู้กัน ถ้าหากถูกอายัดก็ต้องไปแสดงข้อเท็จจริงภายใน 60 วันว่าไม่เกี่ยวข้องอย่างไร ส่วนที่ พ.ต.ท. ทักษิณให้ทนายความฟ้องกลับคตส.นั้น เป็นหน้าที่อันชอบธรรมที่พ.ต.ท.ทักษิณต้องดำเนินการ ถ้าเห็นว่าอะไรไม่ถูกต้องก็ฟ้องศาลไป "สมัยผมเจอก็ปีหนึ่งเต็มๆ เงินเขยื้อนไม่ได้ ได้เดือน 50,000 บาท เลือดตาแทบกระเด็นเหมือนกันในคราวนั้น กว่าจะหลุดมาได้"

เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอุทาหรณ์หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่าคงไม่บอก ต้องนำหลักฐานไปชี้แจงที่มาที่ไปว่าเงินก้อนนี้ไปอยู่จุดนี้เพราะอะไร ขึ้นอยู่กับศาลด้วย บังเอิญเหตุการณ์ประจวบเหมาะกันพอดี ส่วนที่มีการมองว่าเป็นใบสั่งจากคมช. นายบรรหารกล่าวว่าเป็นใบสั่งไม่ได้ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน เท่าที่ทราบคือในคตส.มีการลงคะแนนกันไม่ได้เป็นเอกฉันท์ ก็ถือเสียงมากเป็นหลัก คอยดูเหตุการณ์ต่อไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขอภาวนาอย่าให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแล้วกัน แต่ละฝ่ายน่าจะเอาธรรมะเข้าข่ม พุทโธๆ ท่องไว้ แล้วค่อยก็ว่ากันอีกทีหนึ่ง เมื่อถามว่ามีบางคนมองว่าเป็นการล้างแค้นกัน นายบรรหารกล่าวว่าคิดว่าไม่ใช่ล้างแค้น เขาทำไปตามกระบวนการของกฎหมาย สิ่งต่างๆ ที่ทำเอาไว้ผิดถูกก็ไปว่ากันอีกที

"เหนาะ"ปิดปากไม่ขอซ้ำเติม

ด้านนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีคตส.มีมติให้อายัดทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน โดยกล่าวว่าไม่อยากให้ความเห็น พูดไปมากแล้ว มันไม่ดี ตนเป็นคนส่งเสริมให้เขามาอยู่ในตำแหน่ง ไม่อยากให้ความเห็น เดี๋ยวจะว่าซ้ำเติมน้อง

ที่ศาลหลักเมือง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) กล่าวถึงคตส.มีมติอายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวว่า เป็นไปตามหน้าที่ของคตส. ซึ่งวันนี้ปรากฏหลักฐานแน่ชัดเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวที่ประพฤติมิชอบ ส่วนที่ครอบครัว พ.ต.ท. ทักษิณจะฟ้องร้องกลับคตส.นั้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้เสียหายมีสิทธิ์ที่จะสู้คดี

เมื่อถามว่าเชื่อว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ พล.อ.พัลลภกล่าวว่าเหตุผลในการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ชัดเจนอยู่แล้ว และคตส.ใช้เวลานานกว่า 8-9 เดือนหาหลักฐานที่จะพิสูจน์ทราบ วันนี้เกิดความชัดเจนแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ฟ้องร้องขึ้น และเรื่องนี้เป็น 1 ใน 4 ข้อที่เป็นเหตุผลทำรัฐประหาร ซึ่งต้องดำเนินการให้ครบ

เบื้องหลังคตส.เสียงแตก7-4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันเดียวกัน มีการเพิ่มมาตรการคุมเข้มในด้านการรักษาความปลอดภัยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สถานที่ทำงานของคตส. โดยหน่วยอรินทราชของตำรวจนครบาล นำกำลังมาตรวจความปลอดภัยเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารนำเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดใต้ท้องรถมาตรวจสอบรถทุกคันที่จอดภายในบริเวณรอบสตง.

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคตส. กล่าวว่า เหตุที่ยังไม่อายัดทรัพย์รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ จาก 3 คดีที่มีพฤติการณ์ทุจริตและประพฤติมิชอบประกอบด้วย 1.โครงการจัดซื้อกล้ายาง 90 ล้านต้น 2.โครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 และ 3.โครงการออกสลากเลขท้ายพิเศษ 2-3 ตัว โดยในชั้นนี้คตส.ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงได้ว่ารัฐ มนตรีที่เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือยักย้ายถ่ายเงินทรัพย์สิน แต่ในอนาคตถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็จะอายัดทรัพย์กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแน่นอน

รายงานข่าวเปิดเผยถึงเบื้องหลังการออกมติอายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณของคตส.ว่า ที่ประชุมได้ประชุมลับโดยไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุม มีเพียงคตส. 11 คนเท่านั้น โดยใช้เวลาหารือเคร่งเครียดนานกว่า 5 ชั่วโมง ปรากฏว่าที่ประชุมเสียงแตกเป็น 7 ต่อ 4 โดยเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายอำนวย ธันธรา นายจิรนิติ หะวานนท์ นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ และนายสัก กอแสงเรือง โดยเห็นว่ากระบวน การทางกฎหมายยังไม่ถึงที่สิ้นสุด พยานหลักฐานยังไม่สมบูรณ์ หากเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการอย่างไรต่อไปได้

เผยชื่อเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย

สำหรับกรรมการคตส.เสียงข้างน้อย 4 คนนั้น 2 ใน 4 คนเป็นกรรมการที่มาจากสายตุลาการคือ นายอำนวย ธันธรา อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ และนายสัก กอแสงเรือง ทั้ง 2 คนเป็นกรรมการที่ดูแลเรื่องการสอบสวนการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป โดยนายสักเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีที่คตส. ยื่นฟ้องนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และคุณหญิงพจมาน กรณีการเลี่ยงภาษีการโอนหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ฯ และนายวิโรจน์เป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป โดยขณะนี้กำลังสอบสวนเรื่องการซื้อขายหุ้นแอมเพิลริช ซึ่งสำนวนยังไม่สมบูรณ์

ส่วนเสียงข้างมาก 7 คน ประกอบด้วยนายนาม ยิ้มแย้ม นายกล้านรงค์ จันทิก นายแก้วสรร อติโพธิ นายอุดม เฟื่องฟุ้ง นายบรรเจิด สิงคะเนติ นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เชื่อว่ามีมูลทุจริตจึงเห็นควรให้อายัดทรัพย์ เพราะหากไม่ดำเนินการในช่วงนี้เมื่อถึงชั้นศาล และศาลพิพากษาว่ามีการกระทำผิด มีการทุจริต เมื่อต้องการยึดทรัพย์ เงินในบัญชีดังกล่าวอาจจะไม่เหลือ

ถกเครียด3ประเด็นก่อนมีมติ

ทั้งนี้ ที่ประชุมถกกัน 3 ประเด็นคือ 1.พฤติการณ์ทุจริตประพฤติมิชอบ 2.ร่ำรวยผิดปกติ 3.ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรได้ โดยข้อ 2 และ 3 มีความเกี่ยวพันจากการใช้อำนาจหน้าที่ ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ยังตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะอายัด เนื่องจากขณะเข้ารับตำแหน่งมูลค่าหุ้นของบริษัทชินคอร์ป ประมาณ 2 หมื่นล้าน แต่เมื่อพ้นตำแหน่งมูลค่าหุ้นสูงถึง 7 หมื่นกว่าล้านบาท มีส่วนต่างเพิ่มขึ้นถึง 5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเผยว่า ที่ประชุมถกเถียงกันมากถึงจำนวนทรัพย์สินที่ต้องอายัด เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้อายัดทั้งหมด 7 หมื่นล้าน แต่อีกส่วนหนึ่งให้อายัด 5 หมื่นล้านที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ใช้ในการสั่งอายัด เนื่องจากพบว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนเงินออกนอกบัญชีกว่า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งยังพบพฤติกรรมของคุณหญิงพจมาน ที่นำเงินสดไปซื้อเครื่องเพชรและนำออกนอกประเทศ เพื่อไปขายเป็นเงินสดอีกทอดหนึ่ง จึงเกรงว่าถ้าไม่เร่งสั่งอายัดทรัพย์จะมีการเบิกถอนเพิ่มขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อถึงขั้นการลงมติ ปรากฏว่ากรรมการเสียงข้างน้อยทั้ง 4 คนกลับนิ่งเฉย ไม่แสดงความเห็นเพิ่มเติม แต่ขอดูมติที่คตส.จะเขียนออกมาว่าเป็นอย่างไร จึงต้องปรับแก้มติถึง 6-7 ครั้ง โดยมอบหมายให้นายแก้วสรร อติโพธิ นายกล้านรงค์ จันทิก และนายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นผู้ร่วมกันร่างมติ

ผลักดัน2ครั้งแต่ไม่สำเร็จ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การเสนอเรื่องการอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น คตส.จัดเตรียมครั้งแรกตั้งแต่เดือนเม.ย. และเดือนพ.ค.เป็นครั้งที่สอง แต่ต้องตกไป โดยเฉพาะในการผลักดันครั้งที่สอง หลังจากนายกล้านรงค์ซึ่งเป็นอนุกรรมการสอบสวนการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป และเป็นอนุกรรมการตรวจสอบเรื่องการแปลงภาษีสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ได้ผลักดันให้คตส.ออกมติเพื่ออายัดทรัพย์ เพราะพบว่าการกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ มีเหตุผลเพียงพอที่จะสั่งอายัดทรัพย์สินได้ เนื่องจากคตส.ตรวจสอบพบการเคลื่อน ไหวเงินในบัญชีของพ.ต.ท.ทักษิณและคนใกล้ชิดอย่างผิดสังเกต แต่ปรากฏว่าข่าวรั่วเสียก่อน ประกอบกับนายสักกับนายวิโรจน์ไม่เห็นด้วยและคัดค้านการอายัดทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง ทำให้คตส.ต้องระงับการนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือที่ประชุม

กระทั่งกรรมการคตส.ที่เป็นคีย์แมนสำคัญในการพิจารณาเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีพฤติการณ์ที่ประพฤติผิดมากเพียงพอแล้ว ทั้งเรื่องการคอร์รัปชั่นและการร่ำรวยผิดปกติ จึงได้ผลักดันให้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคตส.เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในช่วงเย็นวันที่ 8 มิ.ย. นายแก้วสรรได้หอบเอกสารหนาหลายร้อยหน้าเข้าพบกับนายนามที่ห้องทำงาน เพื่อหารือเป็นการส่วนตัวนานเกือบ 15 นาที คาดว่าเป็นการหารือถึงข้อกฎหมายในการอายัดทรัพย์ดังกล่าว จนมีมติดังกล่าวออกมาในที่สุด โดยกรรมการคตส.ที่เป็นแกนนำเสนอเรื่องการอายัดทรัพย์คือคุณหญิงจารุวรรณ นายแก้วสรร นายบรรเจิด และนายกล้านรงค์

เตรียมตั้งชุดติดตามการอายัด

รายงานข่าวจากคตส.เปิดเผยว่า คตส.ได้นัดประชุมด่วนในวันที่ 13 มิ.ย. เพื่อจัดตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบการอายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณและพวก เพื่อรองรับทำเรื่องการอายัดทรัพย์โดยเฉพาะ เช่น หากมีการยื่นคำคัดค้านคำสั่งอายัดทรัพย์ก็จะให้คณะทำงานชุดนี้เป็นผู้พิจารณา โดยจะให้ตัวแทนจากธปท.มาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วย

นายแก้วสรร อติโพธิ เลขาฯคตส. ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ในหนังสือคำสั่งที่ประธานคตส.ส่งถึงสถาบันการเงินเพื่อให้ปฏิบัติตามมติคตส.ในการอายัดบัญชีธนาคารของพ.ต.ท.ทักษิณและพวก 21 บัญชี และให้รายงานการตรวจสอบการไหลเวียนของเงินฝากในบัญชีดังกล่าวนั้น คตส.สั่งให้ทุกธนาคารต้องรายงานกลับมาที่คตส.ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ 12 มิ.ย. โดยเบื้องต้นคตส.ตรวจสอบแล้วพบว่าเงินในบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ในบัญชีธนาคารที่คตส.อายัดทรัพย์ไว้นั้น เหลือเงินสดฝากไว้ไม่มากนัก ส่วนบัญชีของบุคคลอื่นๆ ใน 21 บัญชีพบว่า ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.จนถึงวันที่ 11 มิ.ย. แต่ละคนเหลือเงินในบัญชีไม่มาก และหลายคนเงินหายไปพอสมควร ดังนั้น ต้องไปดูว่าเงินที่หายไปแต่ละคนต้องมาชี้แจงกับคตส.ว่าใช้ไปทำอะไรบ้าง โดยจะต้องชี้แจงกับคณะอนุกรรมการที่คตส.จะตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อดูแลเรื่องการอายัดทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีใครบ้างต้องรอมติที่ประชุม แต่ส่วนใหญ่จะต้องเป็นคนที่ทำงานด้านการติดตามบัญชีของคนที่โดนอายัดทรัพย์เป็นการเฉพาะ

ทรท.ชี้ข้ออ้างคตส.ฟังไม่ขึ้น

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวถึงมติคตส.อายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณและครอบ ครัวว่า เหตุผลของคตส.ฟังไม่ขึ้น การอายัดทรัพย์นักการเมืองในอดีตเพราะร่ำรวยผิดปกติจากโครงการรัฐ แต่กรณีนี้มาจากการขายหุ้นในตลาดหลัก ทรัพย์ ส่วนการซื้อที่ดินรัชดาฯ เขานำเงินไปซื้อให้รัฐได้ประโยชน์แต่ยังไม่ได้ขายที่ดินดังกล่าว แล้วจะนำกรณีนี้ไปอายัดทรัพย์ได้อย่างไร การอายัดทรัพย์ครั้งนี้จึงทำเพื่อพิสูจน์ว่ามีการนำเงินไปใช้เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่จริงหรือไม่ ถือเป็นวัตถุประสงค์ทางการเมืองที่คมช.ต้องการ เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศเข้มข้นมากขึ้น แต่สถานการณ์คงไม่ทวีความรุนแรง เพราะคนที่เคลื่อนไหวไม่ได้ยึดที่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ต้องการประชาธิปไตย หากคมช.และรัฐบาลเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง สถานการณ์จะไม่นำไปสู่ความรุนแรง

เมื่อถามว่าได้กำชับอดีตส.ส.ในกลุ่มอย่างไรเพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวนำไปสู่ความรุนแรงจนอาจเกิดการปฏิวัติซ้ำ ร.ท.กุเทพกล่าวว่าได้กำชับตลอดว่าให้ระวังการเผาเมืองแล้วโยนความผิดมาที่กลุ่มไทยรักไทย เพราะเราประเมินว่าวันที่ 24 มิ.ย.จะมีการจุดชนวนให้เกิดความวุ่นวาย เกิดความรุนแรงซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งประโยชน์จะตกกับพรรคประชาธิปัตย์ จึงกำชับอดีตส.ส.ที่ชุมนุมในท้องสนามหลวงให้ระวังไม่ให้เกิดการปะทะ แม้จะถูกยั่วยุ เช่น กรณีของนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตส.ว.นครราชสีมา เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเรา คือชนะการเลือกตั้ง

ห่วง"แม้ว"โดนลอบสังหาร

นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตส.ส.อุดรธานี กลุ่มไทยรักไทย และผู้ประสานงานภาคอีสาน กลุ่มคนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ กล่าวว่าเห็นด้วยที่พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาแสดงความบริสุทธิ์ต่อคนไทย แต่เป็นห่วงความปลอดภัย จึงไม่ควรกลับเครื่องบินของการบิน ไทย ควรกลับสายการบินนานาชาติ เพราะเผด็จการกำลังบ้า อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น การลอบสังหารก็ได้ หรืออาจเกิดกรณีเหมือนอดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ที่ถูกลอบสังหารที่สนามบิน และอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณเอาทนายความจากต่างประเทศมาให้ครบทีมเพื่อช่วยเหลือทีมทนายในเมืองไทย เพราะปัจจุบันกระบวนการยุติธรรมของประเทศไม่น่าเชื่อถือ

นายธีระชัยกล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มเห็นว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อใดจะมีประชาชนเรือนแสนจากที่ชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวงไปต้อนรับที่สนามบินแน่นอน และจะมีพลังเงียบจากคนที่รักทักษิณในกรุงเทพฯเดินทางไปด้วย เพื่อเป็นเกราะกำบังความปลอดภัยให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ

"ผมเชื่อว่าการชุมนุมที่สนามหลวงจะมีคนเพิ่มมากขึ้น และอย่ามากล่าวเราว่ามีท่อน้ำเลี้ยงเกณฑ์ประชาชน เพราะวันนี้คุณยึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณแล้ว โดยเฉพาะรมว.กลาโหม หรือพวกวอร์รูมรัฐบาล อย่ามากล่าวหาเรา เพราะประชาชนจะโกรธเคือง จากวันนี้เขาจะมามากขึ้นเรื่อยด้วยพลังบริสุทธิ์" นายธีระชัยกล่าว

โพลเกินครึ่งหนุนคำสั่งคตส.

ที่รัฐสภา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงคตส.มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวว่า การใช้อำนาจอายัดทรัพย์ตามประกาศคปค.ฉบับที่ 30 นั้นถูกต้องแล้ว ไม่ใช่ไปกลั่นแกล้ง คตส.ต้องมีข้อมูลเพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่าทรัพย์สินที่ได้มานั้นไม่สุจริต เมื่อมีการอายัดทรัพย์สินแล้วจะช่วยเพิ่มเงื่อนไขของการชุมนุมขึ้นหรือไม่นั้น คิดว่าคงเป็นเพราะกระบวนการทางยุติธรรมมาบรรจบกันพอดี ถ้าฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช้ปัญญาพิจารณาที่จะดำเนินการต่างๆ ปัญหาอาจเกิดกับตัวพ.ต.ท.ทักษิณเอง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำ รวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวน 1,110 คน ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. ถึงกรณีคตส.สั่งอายัดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พบว่าประชาชนร้อยละ 51.08 เห็นด้วยกับการอายัดทรัพย์สิน 50,000 ล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ และร้อยละ 49.5 เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่รุนแรงเกินไป สมเหตุสมผลตามหลักฐาน และเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ขณะที่มีประชาชนร้อยละ 29.19 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยกับการอายัดทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 64.22 เห็นว่าการออกคำสั่งอายัดทรัพย์ อาจทำให้เกิดปัญหาความรุนแรง และก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายมากขึ้น

"จรัญ"ยันมีหลักฐานติดสินบน

ที่กระทรวงยุติธรรม นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการระบุว่ามีการเสนอจ่ายเงินให้ตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ยืนยันว่ามีการเสนอจ่ายเงินให้ตุลาการรัฐธรรมนูญ 2 ท่านเพื่อวิ่งเต้นคดียุบพรรคจริง แต่ทั้ง 2 ท่านปฏิเสธ ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญจากศาลฎีกาหรือศาลปกครอง สำหรับตุลาการรัฐธรรมที่ออกมาปฏิเสธก็แสดงว่าไม่เกี่ยวกับบุคคลนั้น

"ผมมีหลักฐานชัดเจนมากกว่าคำบอกเล่า เป็นหนังสือลายมือ ผมอยากเปิดเผยให้ดูแต่ยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของข้อมูล แต่การเสนอสินบนเป็นความผิดทางอาญา บุคคลที่ถูกเสนอเงินเป็นผู้เสียหายโดยตรงสามารถเริ่มต้นดำเนินคดีได้ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถดำเนินคดีได้เช่นกัน ในหลักฐานที่ผมมีไม่ระบุตัวเลขจำนวนเงินชัดเจน แต่ยืนยันว่าหนังสือที่เขียน ด้วยลายมือพร้อมลายเซ็น ระบุวันที่ชัดเจน ได้มาจากตุลาการรัฐธรรมนูญที่ได้รับข้อเสนอจริง" นายจรัญกล่าว

ครม.ผ่านร่างแก้ไข"คปค.15"

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ แถลงหลังการประชุมครม. ซึ่งใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงว่า ครม.ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.แก้ไขประกาศคปค.ฉบับที่ 15 ข้อ 2 และจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยเร็วที่สุด

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคปค.ฉบับที่ 15 ซึ่งรายละเอียดร่างพ.ร.บ.จะอยู่ในมาตรา 3 ระบุว่าให้ยกเลิกข้อ 2 แห่งประกาศคปค.ฉบับที่ 15 ที่ห้ามจัดตั้งพรรครวมอยู่ด้วย ขั้นตอนจากนี้รัฐบาลจะส่งเรื่องไปยังสนช. พิจารณาเป็นเรื่องด่วน 3 วาระรวด

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าจะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอต่อวิปสนช.วันที่ 18 มิ.ย. คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมสนช.ได้วันที่ 20 หรือ 21 มิ.ย. ซึ่งรัฐบาลขอให้พิจารณาผ่าน 3 วาระรวด หลังจากผ่านความเห็นชอบของสนช.แล้วคงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายใน 2-3 วัน เชื่อว่าน่าจะเสร็จและมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือนนี้

นายธีรภัทร์กล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รวมทั้งเรื่องการทำโพล ซึ่งนายกฯและครม.เห็นว่าหากไปห้ามจะกลายเป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและเสรีภาพทางวิชาการ จึงเปิดให้ทำโพลได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะชี้นำ ทั้งนี้ครม.ไม่ได้หารือเรื่องการร่นวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้น และกกต.ก็ยังไม่ได้ประสานมา

ปชป.ประชุมเดินเครื่องหาเสียง

เวลา 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและอดีตส.ส.ครั้งแรกหลังจากครม.มีมติให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ โดยมีแกนนำและสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นต้น

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคได้กำหนดประชุมใหญ่วันที่ 19 ก.ค.นี้ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รับรองงบการเงิน เป็นเวทีหารือเรื่องนโยบาย โดยจะเชิญประธานสาขาพรรค อดีตส.ส. และบุคคลอื่นมาร่วมประชุมด้วย นอกจากนี้พรรคจะจัดกิจกรรมระดมทุนในวันที่ 21 ก.ค. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติไบเทค บางนา รวมทั้งจัดกิจกรรมพบปะกับประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางของประเทศ ส่วนตัวผู้สมัครก็ว่าไปตามปกติ และต้องรอดูรัฐธรรมนูญด้วย เพราะยังไม่ทราบว่ามีกี่เขตเลือกตั้ง หากเป็นอดีตส.ส.ก็ไม่มีปัญหา โดยหลักจะได้รับการพิจารณาก่อน ถ้าเป็นอดีตผู้สมัครส.ส. พรรคคงต้องดูเรื่องการทำกิจกรรมที่ต่อเนื่องกับพรรค และศักยภาพต่างๆประกอบ

"อภิสิทธิ์"รีบดักคอ"ดร.ซุป"

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการร่วมรับประทานอาหารและหารือกับอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมในวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 13.00 น. ที่ร้านอาหารไชน่า เพลส ย่านพระรามหก ว่าคงมีการประเมินสถานการณ์และแสดงท่าทีต่อปัญหาที่หลายฝ่ายประชุมอยู่ คงไม่ใช่เรื่องการทำงานร่วมกันหลังการเลือกตั้ง แต่ได้พูดกันชัดว่าพบกันในฐานะที่ทำงานร่วมกันมาตลอด วิกฤตการเมืองมีเหตุการณ์สำคัญแต่ละครั้งก็มาพบปะพูดคุยกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการพบกับนายศุภชัย พานิช ภักดิ์ เลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด ว่าเรื่องที่พูดคุยกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ค่อยได้พูดเรื่องการเมือง นายศุภชัยบอกว่ายินดีช่วยให้คำปรึกษา อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองก็จะทำให้อยู่แล้ว ทั้งนี้ นายศุภชัยได้ให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่พรรคฟันฝ่าอุปสรรค มาได้

ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายศุภชัยจะกลับมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่านายศุภชัยบอกว่ามีภาระที่ผูกพันกับอังค์ถัดอีก 2 ปี ก็ยาวนานพอสมควร ซึ่งเวลา 2 ปีไม่รู้ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอีก แต่ในแง่ของการทำงานเพื่อส่วนรวม นายศุภชัยยังมีใจเต็มร้อยอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากนายศุภชัยกลับมาถือว่าประชาธิปัตย์เป็นทางเลือกแรกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนไม่ไปคาดคั้นอย่างนั้น ตนอยู่กับท่านมารู้ใจกันอยู่แล้ว

จับตาแกนนำ3พรรคนัดหารือ

เมื่อเวลา 17.30 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและอดีตส.ส.พรรคว่า หัวหน้าพรรคแจ้งที่ประชุมว่าวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 13.00 น. จะมีการหารือร่วมกับ 3 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม โดยมีตัวแทนเข้าร่วมประชุมพรรคละ 5 คน ที่ประชุมยังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการชุมนุมที่มีอยู่ในขณะนี้เพราะอาจนำไปสู่ความรุนแรงและจลาจลได้ แต่ที่ประชุมเชื่อว่าน่าจะมีการเลือกตั้ง และกังวลว่าอาจเกิดสถานการณ์ที่ไม่พึ่งปรารถนาระหว่างการเดินทางไปสู่การเลือกตั้งได้

ผู้สื่อข่าวถามว่านายนพดล ปัทมะ ระบุพ.ต.ท. ทักษิณอาจจะกลับประเทศไทยเร็วกว่าเดิม อาจเป็นเงื่อนไขเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ นายองอาจกล่าวว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมและรักประเทศชาติอย่างที่เคยกล่าวมาแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณต้องมองออกว่าการดำเนินการอะไรจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่มีใครไปกำหนดกฎเกณฑ์พ.ต.ท.ทักษิณได้ โดยเฉพาะการเดินทางกลับประเทศถือเป็นสิทธิของคนไทย

รายงานข่าวจากที่ประชุมแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ได้ขอให้สมาชิกทุกคนอย่าได้ลำพองในทุกๆ เรื่อง และการขุดคุ้ยที่มาของเงินของพ.ต.ท.ทักษิณที่คตส.อายัดไว้นั้นถือว่าจบไปแล้ว สมาชิกไม่ต้องออกมาพูด ให้เป็นหน้าที่ของ คตส.เพราะมีข้อมูลที่ดีกว่า

"เติ้ง"ห่วงการเมืองเดือดกว่าเก่า

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเรียกประชุมอดีตส.ส.และอดีตผู้สมัครของพรรค เพื่อมอบนโยบายและแนวทางเตรียมการเลือกตั้ง โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

นายเอกพจน์ วงศ์นาค รองโฆษกพรรคแถลงว่า นายบรรหารประเมินสถานการณ์การเมืองขณะนี้ เห็นว่าไม่น่ามีเหตุการณ์รุนแรงมากกว่านี้ เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.ตามที่นายกฯกำหนด พร้อมยืนยันกับผู้สมัครทุกคนที่เคยลงสนามเลือกตั้งครั้งก่อนว่าจะส่งลงสมัครพื้นที่เดิมทั้งหมด นอกจากนี้ นายบรรหารได้ให้สมาชิกพรรคติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและขอให้เตือนประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสานที่คิดจะเข้ามาชุมนุมในกทม. ให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนจะมาชุมนุม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนบางกลุ่ม ซึ่งอาจเกิดวิกฤตทางการเมืองขึ้นได้

แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวว่า ในที่ประชุมเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด นายบรรหารประเมินสถานการณ์การเมืองว่า มีแนวโน้มที่จะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากขึ้น จนเป็นเหตุให้ทหารอาจต้องใช้กำลังเข้าควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ประชุมยังเกรงว่าความรุน แรงของการเคลื่อนไหวอาจนำไปสู่การคว่ำร่างรัฐ ธรรมนูญ จนอาจทำให้ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีนี้ แต่นายบรรหารกำชับลูกพรรคทุกคนว่าแม้จะเกิดวิกฤตทางการเมืองใดๆ ขึ้นขอให้ทุกคนอย่าประมาท เนื่องจากรัฐบาลกับคมช.สามารถหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้ขึ้นมาใช้ ตรงนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการประกาศวันเลือกตั้งที่เร็วขึ้น จึงให้ทุกคนเร่งลงพื้นที่

"สนธิ"ไม่ห่วง"แม้ว"ร่นกลับ

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯเปิดไฟเขียวให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศได้ว่า ต้องว่าตามนายกฯ เมื่อถามว่าการอายัดทรัพย์เหมือนเป็นการเพิ่มความแค้นให้กับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าอายัดทรัพย์แต่ไม่ได้ยึดทรัพย์ จะต้องมาพิสูจน์นิดเดียว ถ้ามีหลักฐานก็มาชี้แจงว่าเงินดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร ไม่น่ามีปัญหา คตส.ให้เวลาถึง 60 วัน ไม่มีอะไรน่าห่วง เมื่อถามว่าคตส.จะเปลี่ยนจากการอายัดเป็นยึดทรัพย์ได้หรือไม่ พล.อ.สนธิหัวเราะพร้อมกล่าวว่าไม่ใช่หน้าที่ของ คมช.

ต่อข้อถามว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาจะส่งผลกระทบกับประเทศหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขึ้นอยู่กับทางด้านกฎหมายจะต้องว่ากันไป คมช.มีหน้าที่วางแนวทางรักษาความมั่นคงและความปลอดภัย เมื่อถามว่าคิดว่าจะกลับตอนนี้หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าเป็นไปได้ แต่คงไม่ได้แอบเข้ามา เพราะแอบมาไม่ได้อยู่แล้ว ต้องมาตามครรลอง

เมื่อถามว่าจะมีการกักบริเวณหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าไปกักเรื่องอะไร ทำอะไรผิด และหากกลับมาทางคมช.ก็คงไม่เชิญตัวมาพูดคุย เพราะระดับนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลจะไปดู คมช.จะเป็นฝ่ายประสานรายละเอียดมากกว่า

ยันปล่อยอิสระ-ไม่กักตัว

"ยืนยันว่าจะไม่มีการควบคุมตัวพ.ต.ท.ทักษิณ จะไปควบคุมตัวด้วยกฎข้อไหน มันไม่ได้" ประธานคมช.กล่าว เมื่อถามว่าจะมีการจำกัดบทบาททางการเมืองหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าคงมีเสรีเหมือนพรรคอื่นๆ คนอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ติดต่อมายังคมช.หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ถ้าจะขอก็ขอผ่านนายกฯ เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาจริง เกรงหรือไม่ว่าจะทำให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะในวันที่ 24 มิ.ย. พล.อ.สนธิกล่าวว่าไม่น่ามีปัญหา ส่วนที่ประชาชนเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นนั้น พล.อ.สนธิกล่าวว่ากฎหมายมีอยู่ ทุกคนต้องรักษากฎหมาย ใครทำผิดกฎหมายต้องว่ากันไป ต่อข้อถามว่ากฎหมายที่มีอยู่จะจัดการกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่าได้อยู่แล้ว ประเทศจะต้องมีกฎหมายเป็นตัวกำหนดในการดำเนินชีวิต

เมื่อถามว่าดูแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร พล.อ.สนธิย้อมถามว่าสื่อคิดอย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบว่าคิดว่าจบคงไม่สวย พล.อ.สนธิกล่าวว่า "มันไม่สวยบ้านเมืองมันก็แย่ ก็จะต้องทำให้มันสวย และอยากให้แฮปปี้"

ข่าวสด หน้า 1

368 อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

» อายัดเงินทักษิณอีก 5พันล้าน โยกจากบัญชีน้องเอม
โพสเมื่อ Jun 21,2007
» ยังไม่กลับเดือนนี้ ทักษิณโอ่ ไม่ได้กลัวตาย...แต่
โพสเมื่อ Jun 15,2007
» อิรักช้ำ130 ศพ-ยุ่นเซ็งสหรัฐ"อ่อนหัด"
โพสเมื่อ Feb 05,2007
» ตั้งทนายสู้ทั้งแพ่ง-อาญาหลังคตส.ฟัน ตระกูลชินวัตร
โพสเมื่อ Nov 23,2006
» อ้าง"อ้อ"มุดสี่เสาฯแค่คารวะ"ป๋า"
โพสเมื่อ Oct 27,2006
ให้คะแนนกับบทความนี้?
(total 0 votes)

ความนิยมสูงสุด


ForWard Mail Member
สนใจรับ"ฟอร์เวริดเมลล์" เจ๋งๆ จากดีดีจังกรุ๊ป
ใส่ Email ด้านล่างแล้วคลิ๊กลิ้งค์
ในอีเมลล์ที่ระบบส่งให้อีกครั้ง