แค้นปราศรัยด่า"ป๋า" อึป้ายหน้า"หึ่ง"สนามหลวง
แก้"คปค."ฉบับ15แต่ไม่แตะฉบับ27ทรท.ฟื้นชื่อพรรค"เลี้ยบ"แบะนั่งหน. แกนนำม็อบต้านคมช. โวยโดนแม่ค้าเอา"อึ"ป้ายหน้า เพราะไม่พอใจที่กล่าวโจมตี"ป๋าเปรม" ตร.หิ้วตัว"มืออึ"มาสอบ แต่ไม่กล้าปล่อยตัวเพราะม็อบฮือล้อมกรอบ ครม.มีมติให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ พร้อมสั่งกฤษฎีกายกร่างพ.ร.บ.แก้ไขประกาศคปค.ฉบับที่ 15 เปิดช่องจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่ไม่แตะประกาศฉบับที่ 27 หวั่นกระทบคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ ทรท.เตรียมเรียกประชุมสมาชิกทันที เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยืนยันตั้งพรรคใหม่ใช้ชื่อเดิม "หมอเลี้ยบ"แบะท่าพร้อมนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค "อภิสิทธิ์"ไม่สนโดนว่าหน่อมแน้ม บอกจะใช้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ขณะที่โพลยกให้เป็นเต็ง 1 นายกฯ คนใหม่ ศาลเปิดคำวินิจฉัยส่วนตนของประธานศาลฎีกา คดียุบพรรค-ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปี
-มติครม.แก้คำสั่งคปค.ฉบับ15
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 5 มิ.ย. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม.ซึ่งจะมีการหารือเรื่องการยกเลิกประกาศ คปค. ฉบับที่ 15 และ 27 โดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. จะเป็นผู้นำเข้าหารือ ซึ่งต่อมา เวลา 08.45 น. พล.อ.สนธิ เดินทางมาร่วมประชุม ครม. โดยนั่งมาในรถคันเดียวกับพล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม
น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ว่า ทางออกที่เหมาะสมไม่น่าจะยกเลิกทั้งฉบับ แต่อาจใช้มติครม.เพื่อผ่อนคลายให้มีกิจกรรมทางการเมือง เป็นทางออกกลางๆ เพราะถ้ายกเลิกทั้งหมดโดยเฉพาะฉบับที่ 27 จะส่งผลกระทบต่อผลของคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ
เวลา 14.15 น. ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ในการประชุม ครม. นายกฯ หยิบยกข้อเสนอให้ยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 มาหารือ และมีมติให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ นอกจากนี้จะมีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 เพื่อให้สามารถจดทะเบียนตั้งพรรคได้ต่อไป โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่างเพื่อนำเสนอต่อ ครม. คาดว่าใช้เวลา 1 สัปดาห์เสนอเข้าครม. และภายใน 2 สัปดาห์จะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คิดว่าจะพิจารณา 3 วาระรวด ส่วนประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ครม.ไม่ได้หยิบยกมาหารือ เพราะคงไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพราะในประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ได้พูดถึงฉบับที่ 15 อยู่แล้ว
-ออกเป็นพ.ร.บ.-ไม่แตะฉบับ27
เมื่อถามว่า ครม.พูดถึงประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 เรื่องการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบหรือไม่ ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่ได้แตะ ส่วนการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนั้น ครม.มีมติให้ทำได้โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วัตถุประสงค์ของรัฐบาลเพื่อให้มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ และแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนพรรคใหม่ ตามความต้องการของพรรคต่างๆ ที่เรียกร้องมา
คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยว่า ครม.ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 เพื่อให้จดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองได้ โดยใช้เวลาดำเนินการ 2 สัปดาห์ก่อนส่งให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบและส่งให้ สนช.พิจารณา ซึ่งจะไม่ขัดต่อประกาศ คปค. เพราะประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 ระบุชัดเจนว่าห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น
น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ครม.มีมติออกมาแล้วในภาพรวมคิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เมื่อถามว่าประธาน คมช.เห็นด้วยหรือไม่ น.พ.พลเดช กล่าวว่า ประธานคมช.บอกว่าเป็นแนวทางอย่างนั้น แล้วแต่ครม.จะตัดสินใจ เราเห็นร่วมกันว่าตรงนี้น่าจะแก้ไขเพื่อเปิดให้มีกิจกรรมทางการเมืองได้
-หวั่นกระทบถอนสิทธิ์111ทรท.
ผู้สื่อข่าวถามว่าประธานคมช.ได้ประเมินผลกระทบหรือไม่ รมช.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า พูดอยู่เหมือนกัน แต่ประเมินกันแล้วน่าจะเป็นผลดีมากกว่า แทนที่จะไปปิดกั้นก็เปิดไป พรรคหรือกลุ่มไหนจะเคลื่อนไหวหรือจะทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบกันไป ส่วนประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 นั้น ถ้าแก้ฉบับที่ 15 แล้วไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับฉบับที่ 27 เพราะจะไปกระทบกับการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ซึ่งที่ประชุมหารือและชั่งใจในเรื่องนี้เหมือนกัน
ต่อข้อถามว่าที่ประชุมเป็นห่วงสถานการณ์หลังการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่างๆ หรือไม่ น.พ.พลเดช กล่าวว่า มีความเห็นในลักษณะว่าถ้าดำเนินการตามนั้นแล้วจะทำให้มีม็อบเป็นแสนๆ คนหรือไม่ แต่เมื่อคุยกันรอบด้านแล้วเห็นว่าไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไป ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมนั้น ที่ประชุมไม่พูดถึงเพราะถือว่าจบไปแล้ว
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ประกาศคปค.ฉบับที่ 15 มี 2 ข้อ ส่วนฉบับที่ 27 เป็นการแก้ไขฉบับที่ 15 แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เฉพาะประเด็นสำคัญ 2 ประเด็นคือ การชุมนุมหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองใดๆ ตรงนี้มาใส่ในฉบับที่ 27 ที่ระบุว่าหาก ครม.มีมติเป็นอื่น พรรคการเมืองก็สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ฉบับที่ 27 ข้อ 2 ไม่ได้ครอบคลุมประเด็นเรื่องการจัดตั้งพรรคหรือจดทะเบียนพรรคใหม่ มติครม.วันนี้จึงมีมติให้พรรคที่มีอยู่แล้วดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ทันที โดยว่าไปตามกฎหมายพรรคการเมือง
-ยันไม่ได้พูดถึงเรื่องนิรโทษฯ
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่นั้น ไปอยู่ในคปค.ฉบับที่ 15 ซึ่งไม่ได้เป็นอำนาจของครม. จึงต้องออกเป็นพ.ร.บ.แก้ไข คาดว่าจะใช้เวลา 3 สัปดาห์เพื่อให้กลุ่มการเมืองต่างๆ จดทะเบียนพรรคใหม่ได้ และไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับพรรคที่มีอยู่แล้วที่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ทันทีตามมติครม. ผู้สื่อข่าวถามว่า ครม.หารือถึงเรื่องนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนหรือไม่ นายธีรภัทร์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย มีการหารือกันเล็กน้อยแต่ไม่ได้เป็นประเด็น เพราะครม.ไม่มีความเห็นเรื่องนี้
เมื่อถามว่าอาจมีบางพรรคเคลื่อนไหวให้เกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ครม.ต้องการเปิดให้พรรคหรือกลุ่มที่จะจัดตั้งพรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ ไม่ทำอะไรที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงใจที่จะให้ดำเนินกิจกรรมได้ตามระบอบประชาธิปไตย และจะสะท้อนถึงนานาชาติเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้น ผู้สื่อข่าวถามการไม่แตะประกาศคปค.ฉบับที่ 27 เพราะกลัวจะเปิดโอกาสให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนลงเลือกตั้งได้หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า นั่นคนละประเด็น ครม.ต้องการให้พรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ส่วนประเด็นอื่นไม่ได้พิจารณา
-ไม่ห้ามรณรงค์คว่ำร่าง"รธน."
ส่วนที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคปค. 2 ฉบับ แต่ครม.พิจารณาเพียงข้อเดียว ถือเป็นการปิดกั้นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยหรือไม่ นายธีรภัทร์กล่าวว่า หามิได้ ที่ผ่านมาทุกพรรคขอให้แก้ไขเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ รัฐบาลก็ดำเนินการตามนั้น ดังนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนิรโทษกรรม เพราะไม่ใช่ประเด็นที่รัฐบาลต้องการแสดงออกจึงไม่ได้พูดถึงประเด็นนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าประธานคมช. เคยระบุว่าส่วนใหญ่ใน 111 คนไม่ใช่คนผิด รัฐบาลและคมช.จะมีวิธีการเยียวยาอย่างไร นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องบอกมาก่อนว่าใครผิดใครไม่ผิด มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน ต้องปล่อยเวลาให้ผ่านไปสักนิด ที่ดีที่สุดคือยอมรับและเคารพในคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นสถาบันที่เราต้องยอมรับคำวินิจฉัย ส่วนการเยียวยาหรือหาทางออกอื่น เราต้องปล่อยเวลาผ่านพ้นไประยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยมานั่งคิดกัน
เมื่อถามว่าหากพรรคการเมืองทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อโค่นล้ม คมช.หรือต่อต้านรัฐบาล จะทบทวนมติ ครม.นี้ได้หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือกฎหมายอื่นหรือไม่ ถ้าไม่ผิดกฎหมายรัฐบาลก็ไม่ไปแตะ เป็นสิทธิของพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่ารวมถึงกรณีที่จะรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
-นายกฯยันไม่ลบล้างคำสั่งศาล
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการผ่อนคลายประกาศ คปค. ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ว่า ได้หารือกับประธาน คมช. โดยพูดถึงพรรคที่มีอยู่ให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ทันที ส่วนการจดทะเบียนพรรคใหม่ได้มอบให้กฤษฎีกาไปยกร่างกฎหมาย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยกร่างเสร็จเพื่อเสนอ ครม. จากนั้นจะนำเสนอต่อ สนช.ต่อไป และเนื่องจากเป็นการแก้ไขเฉพาะประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 เป็นกฎหมายสั้นๆ จึงจะขอความกรุณา สนช.ให้พิจารณา 3 วาระรวดเพื่อไม่ให้เสียเวลา และให้ทุกส่วนได้ร่วมดำเนินการทางการเมืองอย่างเต็มที่ คาดว่าคงใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ เมื่อถามว่า สนช.จะให้ความร่วมมือผ่าน 3 วาระรวดหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คงต้องขอร้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมไม่ยกเลิกประกาศ คปค.ทั้ง 2 ฉบับ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการแก้ไขเฉพาะในส่วนของประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 เพราะมีส่วนเชื่อมโยงกับฉบับที่ 27 และยังคงอยู่ ส่วนพรรคที่จะจดทะเบียนตั้งพรรคในโอกาสหน้าก็ต้องรอให้เป็นพ.ร.บ.เสียก่อน เมื่อถามว่าวันนี้อดีตพรรคไทยรักไทยยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ แต่พรรคที่มีอยู่แล้วสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ส่วนการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนนั้น เราต้องเคารพคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถไปทำอะไรที่จะลบล้างคำวินิจฉัยนั้นได้
-เผยมีแนวโน้มเลือกตั้งเร็วขึ้น
เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าการผ่อนคลายดังกล่าวจะทำให้นักการเมืองถือโอกาสสร้างความวุ่นวายขึ้น พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนมองในแง่ดี คือจะได้มีส่วนร่วมช่วยกันทำให้บรรยากาศทางการเมืองดีขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญและนำไปสู่การทำประชามติ สิ่งใดที่พรรคจะมีส่วนร่วมได้ในช่วงนี้ถือว่ายังมีเวลา ต่อข้อถามว่าได้หารือกับประธาน คมช.แล้วใช่หรือไม่ว่าสถานการณ์จะไม่เกิดความวุ่นวาย นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าความวุ่นวายไม่น่าจะเกิดขึ้น คงเป็นเรื่องการแสดงออกบ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึงขั้นเกิดความวุ่นวาย
สำหรับกำหนดวันเลือกตั้งยังคงเดิมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายส่วน ไม่ใช่ กกต.อย่างเดียว ยังขึ้นกับการร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ การทำประชามติจะทำได้เร็วหรือช้า เมื่อถามว่าแนวโน้มจะเลื่อนวันเลือกตั้งเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายส่วนเห็นว่าน่าจะทำได้ เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงจะกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้นได้ใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ยอมรับว่า "ใช่ครับ"
เมื่อถามว่าการผ่อนคลายคำสั่งคปค. จะทำให้นักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้ลดลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราเปิดโอกาสให้พรรคมีส่วนร่วมมากที่สุดและเร็วที่สุด รัฐบาลมีเจตนาให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการทางการเมือง เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ห่วงว่าจะเป็นดาบสองคมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ห่วง คนที่มองในภาพที่ดีคงมาช่วยกันในส่วนนี้
-"มีชัย"ชี้นิรโทษแค่บางคนไม่ได้
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. กล่าวว่า หากยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 โทษที่กรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีจะไม่มีกฎหมายมารองรับ ใครก็ตามที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาตัดสิทธิจะไม่ถูกตัดสิทธิ สิทธิจะกลับมาเพราะไม่มีกฎหมายที่ใช้ตัดสินแล้ว เหมือนบุคคลที่ถูกลงโทษจำคุก หากยกเลิกกฎหมายที่ระบุโทษให้ถูกจำคุก คนที่อยู่ในคุกต้องได้รับการปล่อยตัว เพราะไม่มีเหตุผลใดจะไปกักขังเขาอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากครม.จะยกเลิกประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 บางส่วน แต่ให้คงข้อที่ 3 เรื่องการตัดสิทธิ์การเมืองไว้ นายมีชัยกล่าวว่า หากให้คงข้อที่ 3 ก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร เพราะในนั้นเขียนไว้แล้วว่าห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเว้นแต่ครม.มีมติเป็นอย่างอื่น หมายความว่า ครม.มีมติให้พรรคทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ก็ไม่ต้องแก้กฎหมายอะไรเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนิรโทษกรรมจะเป็นหน้าที่ของใคร ประธาน สนช.กล่าวว่า ถ้าจะยกเลิกประกาศต้องออกเป็นกฎหมาย และเสนอมาที่ สนช. ส่วน สนช.จะพิจารณาเร่งด่วนหรือไม่นั้น กฎหมายทุกฉบับรัฐบาลตีตราด่วนอยู่แล้ว ปกติจะบรรจุเป็นลำดับแรก และตอนนี้ไม่มีกฎหมายค้างการพิจารณา มาถึงเมื่อไหร่ก็เข้าสภาได้เลย เมื่อถามว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะให้เฉพาะกับบางคนได้หรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ถ้าเป็นกรณีเดียวกันต้องทำเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติ
-จาตุรนต์ข้องใจรัฐบาลลำเอียง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวถึงครม.มีมติให้แก้ไขประกาศคปค. ฉบับที่ 15 เปิดโอกาสให้สามารถจดทะเบียนตั้งพรรค และดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ว่า ไทยรักไทยเรียกร้องมาตลอดและเห็นว่าถ้าแก้ไขหรือยกเลิกประกาศดังกล่าวจะเป็นผลดีให้พรรคได้เตรียมนโยบายหรือมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และเป็นผลดีต่อการเลือกตั้งและประเทศ แม้เราจะไม่มีความเป็นพรรคก็ยังเห็นว่าเป็นประโยชน์ แต่อาจมีคนตั้งคำถามว่าขณะที่มีพรรคไทยรักไทยอยู่เหตุใดถึงไม่แก้ แต่แก้ตอนที่พรรคถูกยุบแล้ว เท่ากับให้พรรคฝ่ายค้านดำเนินกิจกรรมได้เพียงฝ่ายเดียว ทางแก้ที่จะไม่ทำให้คนรู้สึกว่าเลือกที่รักมักที่ชัง คือเร่งออกกฎหมายเพื่ออนุญาตให้จดทะเบียนตั้งพรรคได้โดยเร็วที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าสนช. และครม.ไม่มีความลำเอียง
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนที่ครม.ยังไม่ยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 เรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบ ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจ เพราะไม่เคยคาดหวังอยู่แล้วว่าจะยกเลิก แต่สิ่งที่อยากเห็นความยุติธรรมคือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความว่า"ไม่มีผลย้อนหลัง"ลงไป ไม่ใช่การยกเลิก แต่กลุ่มไม่คาดหวังเช่นกันว่าจะมีการแก้ไข จึงต้องรณรงค์หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาลและสภาที่มาจาการเลือกตั้งก็จะแก้ไขได้
-แฉแผนล่อหลอกอดีตส.ส.ทรท.
เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าขั้นตอนการแก้ไขประกาศคปค. จะล่าช้าจนอาจตั้งพรรคไม่ทัน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจของคมช.และกลุ่มที่รับงานจากคมช. พยายามไม่ให้ตั้งพรรคไทยรักไทยได้สำเร็จ ต่อข้อถามถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าว คมช.เตรียมตั้งพรรคที่เป็นนอมินี นายจาตุรนต์กล่าวว่า ดูเหมือนมีการล่อหลอกให้นักการเมืองที่ออกจากไทยรักไทยให้ความร่วมมือ มีความพยายามดึงอดีตส.ส.ไทยรักไทยออกจากพรรค โดยมีนกต่อสื่อสารว่าถ้ายังอยู่กลุ่มไทยรักไทยต่อไปอาจไม่ได้ลงเลือกตั้ง เพราะไทยรักไทยอาจตั้งไม่ได้หรือถูกขัดขวางอย่างหนัก แต่อดีตส.ส.ไม่เชื่อคำข่มขู่ดังกล่าว
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำกลุ่มไทยรักไทย กล่าวถึงมติครม.ให้แก้ไขประกาศคปค.ฉบับที่ 15 ว่า เป็นเรื่องดี แต่น่าเสียดายว่าควรเปิดโอกาสมาก่อนหน้านี้ เท่าที่ฟังเห็นว่ากระบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลาก่อนจะมีผลใช้บังคับจริง ซึ่งเวลาที่จะจดตั้งพรรคใหม่และกว่าจะเข้าสู่การเลือกตั้งช่วงปลายปี รวมถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องนโยบายพรรคยังมีเวลาน้อยไป ส่วนที่ ครม.ไม่แก้ไขฉบับที่ 27 เราไม่รู้สึกผิดหวัง เพราะเมื่อประเทศยังไม่เข้าสู่ประชาธิปไตยคงจะคาดหวังอะไรไม่ได้มาก
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า สิ่งที่จะดำเนินการต่อจากนี้คือเรียกประชุมสมาชิกพรรคเพื่อหารือเรื่องการจดตั้งพรรคใหม่ ยืนยันว่าจะใช้ชื่อไทยรักไทย จากนั้นจะหารือถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หากอดีตกรรมการบริหารพรรคทั้ง 111 คนยังถูกตัดสิทธิ์ก็จะคอยช่วยสนับสนุนข้างหลัง เมื่อถามถึงข่าวว่าอาจเชิญน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มาเป็นหัวหน้าพรรค นายพงศ์เทพกล่าวว่า เรามีอดีตส.ส.กว่า 200 คนที่มีศักยภาพและไม่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง การที่ใครจะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารหรือเป็นหัวหน้าพรรคยังมีเวลาพิจารณาอีกนาน
-"เลี้ยบ"แบะท่านั่งหัวหน้าทรท.
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวถึงกรณีอดีตสมาชิกพรรคเสนอให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยรักไทยว่า ยังไม่ได้คุยกันเป็นกิจจะลักษณะ แต่หากเป็นจริงต้องพูดคุยกันพอสมควร รวมทั้งอดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งด้วยที่ต้องดึงมาเป็นคณะที่ปรึกษาพรรค ในฐานะที่มีส่วนร่วมกับไทยรักไทย 7-8 ปี ก็พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายที่ยังไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ และไม่ได้เป็นพลเมืองชั้นสอง
น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ชื่อไทยรักไทยเป็นชื่อมงคลที่จะใช้ตั้งพรรค อีกทั้งผลงานช่วง 8 ปีของพรรคได้ช่วยสร้างบทบาททางการเมืองในเชิงนโยบายไว้ แม้จะประสบปัญหาและถูกยุบพรรค แกนนำพรรคถูกตัดสิทธิ์ แต่ไม่เชื่อว่าจะลบชื่อไทยรักไทยออกไปจากเวทีการเมืองได้ สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้จะไม่กลับมาทำงานการเมืองในบทบาทเดิม แต่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ สนใจจะทำการเมืองภาคพลเมือง ในเชิงให้คำแนะนำมากกว่าลงมาขับเคลื่อนด้วยตัวเอง รวมทั้งให้คำปรึกษากับพรรคใหม่ของกลุ่มไทยรักไทยด้วย ทั้งนี้ เราคงไม่ได้มุ่งหวังให้พ.ต.ท.ทักษิณ มาสนับสนุนด้านกำลังเงินหรือกำลังทรัพยากรแน่
เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณไม่มาช่วยฟื้นฟูพรรคจะไปได้หรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนต้องมาจากแกนนำ คณะผู้บริหารและสมาชิกพรรคเพื่อไปสู่ทิศทางการเป็นสถาบันการเมือง การสนับสนุนของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นปัจจัยหนึ่งในการให้คำปรึกษาในแนวทางที่เหมาะสม
-เปิดคำวินิจฉัยประธานศาลฎีกา
ที่รัฐสภา นายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลออกมาวิจารณ์คำตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคว่า หากวิจารณ์ในแง่วิชาการสามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ในลักษณะการว่ากล่าว ส่วนจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น เรื่องนี้ยังไม่มีการหารือระหว่างคณะตุลาการฯ ผู้สื่อข่าวถามว่าตุลาการฯทั้ง 9 คนท้อใจหรือไม่ที่มีกลุ่มคนออกมาต่อว่าการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว นายนุรักษ์กล่าวว่า ไม่ เพราะประชาชนกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยและยอมรับคำตัดสิน มีเพียงบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์เท่านั้นที่ไม่พอใจ
ที่สำนักงานศาลยุติธรรม นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย และมีมติ 6 ต่อ 3 เสียงเห็นสมควรให้ประกาศคปค.ฉบับที่ 27 มีผลย้อนหลัง ทำให้กรรมการบริหารพรรคที่ถูกสั่งยุบต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี โดย 3 ตุลาการฯ เสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยให้ประกาศคปค.ฉบับที่ 27 มีผลย้อนหลัง ประกอบด้วย นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกา นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทั้งนี้โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยังได้เปิดเผยถึงคำวินิจฉัยส่วนตัวของนายปัญญาด้วย (อ่านรายละเอียด น.6)
-ศาลปกครองเผยแพร่ทางเว็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายตุลาการรัฐธรรมนูญได้นัดตัวแทน 5 พรรค ประกอบด้วย ไทยรักไทย พัฒนาชาติไทย แผ่นดินไทย ประชาธิปัตย์ และประชาธิปไตยก้าวหน้า มารับคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการฯทั้ง 9 คน อย่างไรก็ตาม มีเพียงนายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพรรคไทยรักไทยเท่านั้นที่มารับ
สำหรับในส่วนของคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการรัฐธรรมนูญที่จะมีการเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ในวันนี้จะให้เฉพาะคู่ความเท่านั้น ส่วนการเผยแพร่จะต้องรอให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน หรือไม่เช่นนั้นจะต้องขออนุญาตจากตุลาการเป็นการส่วนตัวเอง
ส่วนตุลาการรัฐธรรมนูญจากสายศาลปกครองสูงสุดนั้น เว็บไซต์ของศาลปกครองสูงสุด www.admincourt.go.th ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการฯทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายอักขราทร จุฬารัตน นายจรัญ หัตถกรรม และนายวิชัย ชื่นชมพูนุท ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นตุลาการฯเสียงข้างมากที่เห็นควรให้ยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ และให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย อีกทั้งเป็นเสียงข้างมากที่ระบุว่าคำสั่งคปค.ฉบับที่ 27 ข้อ 3 ที่ให้ตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ของกรรมการบริหารพรรคที่ถูกสั่งยุบพรรค มีผลย้อนหลังได้เนื่องจากไม่ใช่โทษทางอาญา
-อัยการแจงตัดข้อหาสั่งฟ้องปชป.
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ 1 ใน 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบ ระบุอัยการสูงสุดไม่ได้ยื่นฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ในความผิดฐานไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งว่า อัยการสูงสุดพิจารณาจากสำนวนและหลักฐานตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ส่งมาให้พร้อมความเห็นขอให้สั่งฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ในความผิด 7 ฐานความผิด ซึ่งคณะอัยการชุดทำงานพิจารณาแล้วมีความเห็นขอให้สั่งฟ้อง 4 ความผิด โดยตัดความผิดฐานไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าขัดขวาง หรือล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นสิทธิของพรรคที่จะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัคร หากไม่ตัดจะทำให้พรรคชาติไทยและพรรคมหาชนต้องมีความผิดไปด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน และยังได้ตัดประเด็นความผิดฐานเรียกร้องนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ตามมาตรา 7 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ออกไปด้วย
"การระบุว่าอัยการไม่ยื่นฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ฐานไม่ส่งผู้สมัครเข้ามานั้น ทางหลักนิติศาสตร์จะต้องมีเหตุขัดข้อง หากมีความพร้อมและน่าจะได้รับเลือกตั้งแต่กลับไม่ส่งมา ถ้าอัยการยื่นฟ้องฐานความผิดนี้ ตุลาการรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเป็นประเด็นสำคัญ ผมเห็นว่าเป็นการคาดเดาเอาเองว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัครแล้วจะชนะการเลือกตั้ง เป็นการใช้ความรู้สึก ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าถ้าส่งแล้วจะได้รับการเลือกตั้งจริง จึงเป็นเหตุให้อัยการสูงสุดไม่ส่งฟ้องในฐานความผิดดังกล่าว" นายปรเมศวร์กล่าว
-คมช.โต้ข่าวตั้งพรรคนอมินี
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. และสมาชิก คมช. กล่าวถึงการดูแลการรักษาความปลอดภัยหลังการประกาศยกเลิกคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 ว่าการดูแลความเรียบร้อยจะต้องดูแลในภาพรวม แต่หน้าที่จริงๆ เป็นของตำรวจ แต่หวังว่าการยกเลิกสิ่งเหล่านี้ซึ่งทำให้พรรคต่างๆ มีเสรีมากขึ้นจะดำเนินการทางการเมืองที่สร้างสรรค์
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคมช.ถูกโจมตีเรื่องข่าวการจัดตั้งพรรคที่มีทหารเข้าไปร่วมด้วย พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าพรรคการเมืองมีทหารเข้าไปร่วมได้อยู่แล้วในฐานะสมาชิกพรรค จะอยู่ในเครื่องแบบก็ได้ แต่ถ้าจะไปเป็นนักการเมืองแบบเต็มตัวจะต้องถอดเครื่องแบบก่อน ส่วนมองว่าอาจจะมีการตั้งพรรคที่เป็นนอมินีของคมช. พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าบางทีเราจิตนาการไปเองหรือเปล่า ต้องดูเหตุดูผล และการฝังใจไม่รู้จักเลิกแบบนี้ ชีวิตก็จะไม่สดชื่น เท่าที่ตนพบอยู่ไม่เห็นจะพูดว่าจะไปทำอะไรอย่างนั้น
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกคมช.ลงไปเล่นการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าคนที่อยู่ในราชการคงไม่คิดอะไรมาก แต่ถ้าเกษียณไปแล้วเป็นสิทธิส่วนบุคคลสามารถทำได้ เมื่อถามย้ำว่าสมาชิกคมช.ทั้ง 8 คน ไม่สนใจการเมืองเลย พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าต้องถามแต่ละคน ตอบแทนใครไม่ได้ เมื่อถามว่าตำแหน่งผบ.ทบ.คนต่อไป จำเป็นหรือไม่ว่าสมาชิกคมช.จะต้องหารือกันก่อน พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะดีไม่ดีคนที่นั่งอยู่ด้วยกันหารือกันยาก เรื่องนี้จะต้องถามประธานคมช.ดีที่สุด
-กลุ่มพันธมิตรฯแบ่งรับแบ่งสู้
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) กล่าวกรณีนายโสภณ เพชรสว่าง ประธานคณะทำงานฝ่ายการเมือง กลุ่มมัชฌิมา ระบุกลุ่มพันธมิตรฯเตรียมตั้งพรรคการเมืองว่า ยืนยันว่าแกนนำทั้ง 5 ของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีความตั้งใจและความคิดที่ไปจดทะเบียนยกระดับเป็นพรรค แต่ยอมรับว่ามีมวลชนบางกลุ่มเสนอให้กลุ่มพันธมิตรฯยกระดับเป็นพรรค ชูนโยบายภาคประชาชนในการหาเสียง แต่แกนนำพันธมิตรฯเห็นว่ายังไม่เหมาะสม เพราะต้องการทำงานการเมืองภาคประชาชน ทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันนโยบายสาธารณะนอกสภา ส่วนจะมีสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรฯไปเล่นการเมืองหลังจากนี้ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล คาดว่าหลังจากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่แล้วจะมีพรรคของประชาชนเข้ามาเป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้น
"หากประเทศมีรัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้ง เชื่อว่ากระบวนการประชาธิปไตยของไทยจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นทุกฝ่ายในบ้านเมืองต้องมีสติ ประชาชนต้องใช้ความอดทนจนกว่ามีการเลือกตั้ง ผมว่าเรื่องการเมืองก็มีวิวัฒนาการอยู่ตัว แต่ขึ้นอยู่กับบริบทและกลไกการเมืองประกอบด้วย" นายสุริยะใสกล่าว
-"ประมวล"หันตั้งพรรคธรรมรัฐ
ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ นายประมวล รุจนเสรี อดีตแกนนำพรรคประชาราช พร้อมด้วยอดีตส.ว. อาทิ นายอุดร ตันติสุนทร อดีตส.ว.ตาก นายปรีดี หิรัญพฤกษ์ อดีตส.ว.ปทุมธานี นายวงศ์พันธ์ ณ ตะกั่วทุ่ง อดีตส.ว.พังงา ได้หารือร่วมกันและตกลงตั้งเป็นเครือข่ายธรรมรัฐ โดยนายอุดรกล่าวว่า พวกตนพร้อมด้วยกลุ่มพลังเงียบรวม 75 คน ได้ประกาศจัดตั้งเครือข่ายธรรมรัฐเพื่อช่วยกันหาทางออก ระดมความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง และการจัดตั้งเครือข่ายในวันนี้หากประชาชนให้ความสนใจจะตั้งเป็นพรรคการเมืองในวันข้างหน้า
ด้านนายประมวลกล่าวว่า เครือข่ายธรรมรัฐไม่ใช่สาขาของพรรคประชาราช และขณะนี้ได้ลาออกจากพรรคประชาราชโดยเด็ดขาด ขณะที่ลาออกได้บอกแล้วว่าจะขอใช้เวลาส่วนหนึ่งคิดและตัดสินใจทางการเมือง ช่วงแรกตั้งใจว่าจะหยุด แต่อดีตส.ว.เหล่านี้ได้ติดต่อไปและบอกว่าห้ามหยุด ให้มาร่วมกันทำเครือข่ายธรรมรัฐ ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างจะเป็นแบบตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่แบบเจ้าสัว หัวหน้าสั่ง เชื่อว่าถ้าประชาชนตอบรับดีพอจะไปจดทะเบียนตั้งพรรค ขณะนี้ยังไม่มีการจองชื่อเอาไว้และยังไม่รู้ว่าจะใช้ชื่ออะไร ใครเป็นหัวหน้าพรรคต้องแล้วแต่ที่ประชุมจะกำหนด ซึ่งสำนักงานของเครือข่ายธรรมรัฐจะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านประชานิเวศน์ 2 เลขที่ 40 เขตจตุจักร และจะวางเครือข่ายติดต่อกับคนทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศในทุกสาขาอาชีพ เพราะต้องการเห็นการเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
-"มาร์ค"ไม่สนถูกว่าหน่อมแน้ม
เวลา 11.30 น. ที่ถนนสีลม ซอย 5 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวหนังสือ 3 เล่ม คือ คำแถลงการณ์ปิดคดี 3 พรรค, เขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรไม่ถูกฉีก และคำให้การอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คดียุบพรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ระบุนายอภิสิทธิ์ไม่มีความพร้อมและหน่อมแน้ม ไม่เหมาะเป็นนายกฯ ว่า เป็นเรื่องปกติที่จะมีการวิจารณ์ คนเรามีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง และไม่กังวล เพราะทุกอย่างพิสูจน์ด้วยการทำงาน และขอให้ทุกฝ่ายยุติการแสดงความเห็นที่นำไปสู่การทะเลาะกัน เพราะปัญหาที่มีอยู่เกิดจากความแสดงความคิดเห็นและไม่ยอมรับจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเองจนทำให้เกิดปัญหา ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินดีกว่า หากตนไม่มีความสามารถก็คงไม่ได้มายืนตรงจุดนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการทาบทามนายศุภชัย พานิชภักดิ์ กลับมาร่วมงานว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่ทุกครั้งที่นายศุภชัยมาเมืองไทยก็จะหารือกันและขอคำแนะนำตลอด พรรคไม่ได้ปิดกั้น หากใครจะมาทำงานให้บ้านเมือง ถ้ามีความตั้งใจดีก็พร้อมเสมอ ส่วนที่มีการเชื่อมโยง คมช.เข้ากับการจัดตั้งกลุ่มรักชาติเพื่อต่อท่ออำนาจนั้น ไม่มีปัญหา ถ้าคนที่มีอำนาจในปัจจุบันอยากเสนอตัวเป็นทางเลือกทางการเมืองก็มีสิทธิ์ทำได้ แต่ต้องอยู่บนกติกาเดียวกันคือบนพื้นฐานความเสมอภาค อย่าใช้อำนาจรัฐหรืออำนาจเงิน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่โพลหนุนให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ ว่า เป็นความคิดเห็นของประชาชนส่วนหนึ่ง พรรครับฟังและจะเก็บเป็นข้อมูลประกอบการทำงาน แต่โพลไม่ใช่เรื่องถาวรมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
-"เตมูจิน"ปูดอีก"แม้ว"ขอลี้ภัย
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชนาพัทธ์ ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านเจ้าหน้าที่กองรับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณเตรียมจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นและขอลี้ภัยทางการเมืองที่อังกฤษ
นายชนาพัทธ์ กล่าวว่า เชื่อว่าพล.อ.สุรยุทธ์ ยังไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงในเรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นและขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ โดยติดต่อประสานกับรัฐบาลอังกฤษผ่านนายโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด เจ้าของทีมฟุตบอลฟูแล่ม และห้างแฮร์ร็อด โดยดำเนินการในทางลับใช้ข้ออ้างเหตุผลความชอบธรรมในฐานะที่เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งและถูกกระทำรัฐประหาร โดยคณะรัฐประหารกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันถือเป็นกลุ่มเดียวกัน และยังถูกคุกคามกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายในคดีต่างๆ เพื่อโยงให้เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว
นายชนาพัทธ์ กล่าวว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของพ.ต.ท.ทักษิณ คือการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในอนาคตและหยุดยั้งกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากคดีส่วนใหญ่ที่ คตส.ดำเนินการอยู่ รวมทั้งคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอัยการ ซึ่งเป็นคดีอาญา เพราะในกระบวนการพิจารณาคดีอาญาในชั้นศาลนั้น จำเลยต้องปรากฏต่อหน้าศาล และต้องขึ้นศาลเพื่อให้การด้วยตัวเองเท่านั้น ดังนั้น หากพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวได้ใบอนุญาตผู้พำนักและลี้ภัยทางการเมืองในอังกฤษได้แล้ว คดีอาญาต่างๆ ต้องหยุดชะงักในชั้นศาล จึงขอให้นายกฯ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวกับรัฐบาลอังกฤษ เพื่อหามาตรการแก้ไขโดยด่วน
-"แม้ว"สั่งทันทียื่นฟ้องข้อหาหมิ่น
"การดำเนินคดีอาญาในชั้นศาล ถ้าจำเลยไม่ปรากฏตัวต่อหน้าศาลและไม่ขึ้นให้การด้วยตัวเอง ศาลจะออกหมายจับ ถ้าจำเลยอยู่ต่างประเทศก็ต้องใช้วิธีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ถ้ารัฐบาลอังกฤษให้พ.ต.ท.ทักษิณลี้ภัยทางการเมืองได้ ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้ คดีจะหยุดชะงัก" นายชนาพัทธ์กล่าวและว่า รัฐบาลไทยควรชี้แจงต่อรัฐบาลอังกฤษว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ถูกคุกคามทางการเมือง แต่ทำความผิดกฎหมายอาญา ทุจริตคอร์รัปชั่น จึงต้องถูกดำเนินการเช่นนี้
ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความคิดจะขอลี้ภัย ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่ที่อังกฤษ อีก 2-3 วัน จะไปทำหน้าที่ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโชกุโชกุ ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
"การปล่อยข่าวดังกล่าวทำให้เสียหายและไม่มีความจริง ที่ผ่านมามีการกุข่าว ปล่อยข่าวใส่ร้ายคนอื่นทำให้เสียหายหลายครั้ง อย่างที่ปล่อยข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเข้าประเทศไทย ผ่านทางจีนแล้วเข้าทางจ.เชียงราย ซึ่งไม่เป็นความจริง ขณะนี้ผมและพ.ต.ท.ทักษิณได้อาศัยบารมีศาลยื่นฟ้องนายชนาพัทธ์ ข้อหาหมิ่นประมาทรวม 6 คดี เพื่อให้ลงโทษคนที่ชอบปล่อยข่าว เพื่อให้สังคมมีความสงบไม่สับสน เพราะถ้าสังคมยังมีการพูดโกหกใส่ร้ายคนอื่นอย่างนี้ ความสมานฉันท์ก็เกิดขึ้นไม่ได้" นายนพดล กล่าว
-"บัวแก้ว"แจงทูต-คดียุบพรรค
เมื่อเวลา 15.00 น. กระทรวงการต่างประเทศ เชิญคณะทูตานุทูตหรือผู้แทนและองค์กรระหว่างประเทศมารับฟังบรรยายสรุปผลการตัดสินคดียุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญ โดยมีนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้บรรยายสรุป มีผู้ร่วมเข้ารับฟัง 70 คน ได้แก่ เอกอัครราชทูต 17 ประเทศ ผู้แทนทางการทูต 23 ประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ 12 องค์กร
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศแถลงภายหลังเสร็จสิ้นการชี้แจงว่า ช่วงแรกได้กล่าวถึงคำพิพากษาตัดสินเมื่อวันที่ 30 พ.ค. และข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพิพากษา จากนั้นนายจรัญอธิบาย 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ ความเป็นกลางของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีและคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่าประกาศของ คปค. ฉบับที่ 27 ที่ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสินยุบพรรคมีผลย้อนหลังได้หรือไม่
นายธฤต กล่าวอีกว่า คณะทูตานุทูตตั้งคำถามเพียง 4-5 คำถาม เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ทูตนิวซีแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ คำถามได้แก่ การไม่ให้กลุ่มไทยรักไทยมีส่วนร่วมทางการเมืองจะทำให้การเลือกตั้งปลายปีไม่สมบูรณ์หรือไม่ โดยนายจรัญกล่าวว่าระบอบประชาธิปไตยของไทยมีอายุ 75 ปี การไม่มีส่วนหนึ่งของกลุ่มไทยรักไทยอาจเป็นโอกาสให้สมาชิกพรรคกลุ่มอื่นๆ และคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ จึงเป็นทั้งโอกาสและพัฒนาการของการเมืองไทย อีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับการตัดสินคดียุบพรรคครั้งนี้จะมีผลต่อการเลือกตั้งปลายปีนี้หรือไม่ นายจรัญกล่าวยืนยันว่า กระบวนการศาลแยกออกจากกระบวนการของการบริหาร ซึ่งกำหนดการการลงประชามติของรัฐธรรมนูญยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
-"สงค์"ย้ำรธน.ต้องเสร็จตามเวลา
สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มขึ้นเวลา 09.35 น. ที่รัฐสภา มีน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ เป็นประธาน ได้เชิญสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ที่แปรญัตติในประเด็นต่างๆ ไว้มาร่วมประชุมด้วย
น.ต.ประสงค์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า กรรมาธิการยกร่างฯ จะทำงานให้เสร็จตามกรอบเวลาและให้ได้ข้อยุติในประเด็นต่างๆ ส่วนความเห็นที่ขัดแย้งกันและตกลงกันไม่ได้ ก็ให้นำไปโหวตในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ส.ส.ร.ขู่จะรวมกลุ่มกัน 60 คนเตรียมโหวตคว่ำประเด็นที่กรรมาธิการยกร่างฯ เสนอในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มิ.ย. เพื่อให้ประเด็นและข้อเรียกร้องของตนเองชนะโหวต น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ กรรมาธิการยกร่างฯ ยืนยันจะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จและนำเสนอต่อประชาชนว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ กรรมาธิการยกร่างฯทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ที่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวกดดันหน้ารัฐสภาระหว่างการลงมติของส.ส.ร.ในประเด็นที่หาข้อยุติไม่ได้ น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของประชาชน หากใครจะมาฟังก็ได้ แสดงว่าให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มาเลยก็เหงา อย่างไรก็ตามหากยังมีความขัดแย้งกันอยู่จะให้ไปแปรญัตติในสภาร่างฯ เพราะหากต้องเลื่อนออกไปจะกระทบกระเทือนกับแผนที่วางไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะการลงประชามติและการจัดเลือกตั้ง
-ส.ส.ร.เตรียมถกร่างฉบับแก้ไข
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขาธิการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 11-30 มิ.ย.ว่า กรรมาธิการยกร่างฯ จะส่งร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้วให้กับประธานสภาร่างฯ ในวันที่ 10 มิ.ย. จากนั้นส.ส.ร.จะประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11-30 มิ.ย. โดยได้ประสานกับ สนช.แล้ว สนช.ยืนยันจะไม่ประชุมจนกว่าส.ส.ร.จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ เว้นแต่มีเรื่องสำคัญ ส่วนการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 11 มิ.ย. ถือเป็นการประชุมที่สำคัญโดยจะพิจารณากติกาการประชุม โดยเฉพาะวิธีการประชุมและวิธีการลงมติ ส.ส.ร.หลายคนยังเห็นต่างกันว่าการลงมติควรใช้เสียงส่วนใหญ่ 60 เสียง ขณะที่บางส่วนให้ถือเอาเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมก็พอ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นในช่วงเช้า จากนั้นจะเริ่มพิจารณาเป็นรายมาตราในช่วงบ่าย
เลขาธิการกรรมาธิการยกร่างฯ กล่าวว่า วันที่ 11-30 มิ.ย. กรรมาธิการยกร่างฯ จะประชุมนอกรอบกับส.ส.ร.ที่เสนอคำแปรญัตติเพื่อพิจารณาประเด็นที่ค้างการพิจารณาเพื่อให้ช่วยลดขั้นตอนการพิจารณา โดยประเด็นหลักที่จะนำมาหารือนอกรอบควบคู่กันไปได้แก่ ประเด็นสิทธิเสรีภาพ, แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และเรื่องเกี่ยวกับท้องถิ่น เรื่องนี้เคลียร์นอกรอบช่วยให้ง่ายขึ้น เพราะหากแปรญัตติมาตราเดียวหลายจุดจะลำบาก การพิจารณาจะลำบาก เชื่อว่าการประชุมแต่ละวันน่าจะพิจารณาไม่กี่มาตรา
ข่าวสด หน้า 1
454 อ่าน
|
|
|
ให้คะแนนกับบทความนี้?
(total 0 votes)
|