9 ตุลาการพร้อม ลงมติวันนี้ ทหาร-ตร.ตรึงกรุง
สกัดม็อบ" ยุบพรรค "30พค.ตั้งด่านตรวจแท็กซี่-จยย. ลั่นถ้าวุ่นเจอพรก.ฉุกเฉิน"อ๋อย"โวยแผนป้ายขี้ทรท. 9 ตุลาการรัฐธรรมนูญประชุมลงมติคดียุบพรรควันนี้ ก่อนนำมติเสียงข้างมากมาเขียนเป็นคำวินิจฉัยกลาง นัดอ่านคำตัดสิน 30 พ.ค.นี้ คมช.ประชุมรับมือม็อบเคลื่อนไหว คาดมีคนมาชุมนุมไม่เกิน 6 พันคน ตั้งศูนย์อำนวยการในบก.ทบ. "สนธิ"บัญชาการเอง โฆษก คมช.ยันถ้าเกิดความวุ่นวายพร้อมประสานรัฐบาล ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที บช.น.ประชุมร่วมกองทัพภาค 1 และหน่วยเทศกิจ สนธิกำลัง 6 กองร้อยสกัดม็อบบุกศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งด่านตรวจแท็กซี่-จยย.ทุกคัน "จาตุรนต์"โวยแผนปั่นสถานการณ์ จัดฉากโยนบาปให้ไทยรักไทย "พงศ์เทพ"เผยเตรียมยื่นฟ้องศาลถ้าพรรคโดนยุบ อ้างรธน.ชั่วคราวไม่ได้กำหนดให้คำตัดสินของตุลาการ รธน. ถือเป็นที่สุด
-แนะอยู่บ้านฟังตัดสินยุบพรรค
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 (บน.6) พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค. โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทบ. รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และนายศิระชัย โชติรัตน์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เดินทางมาส่ง
พล.อ.อ.ชลิต ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นการเดินทางช่วงสั้นๆ เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ระบุอาจประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบว่าประธาน คมช. พูดอย่างไร แต่คงได้หารือกันระหว่างการประชุม คมช. อย่างไรก็ตามเท่าที่ประเมินสถานการณ์คิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง โดยเฉพาะหากประชาชนทุกคนน้อมรับในกระแสพระราชดำรัสที่ตรัสกับตุลาการศาลปกครอง ทุกคนต้องทบทวนพระราชดำรัสที่บอกให้ทุกคนรับทราบว่าการตัดสินของตุลาการต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย หากวันนี้ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าวก็ไม่รู้จะไปเชื่อถืออะไรอีกแล้ว
"ทางที่ดีที่สุดประชาชนควรเฝ้าฟังคำวินิจฉัยอยู่ที่บ้าน อย่าออกไปเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายภายในประเทศ และคนที่มาเตรียมตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จะออกมาเคลื่อนไหวหรือเตรียมรับการสั่งการอะไรก็ควรทบทวนบทบาทของตัวเองทั้งก่อนและหลังวันตัดสินคดีด้วย" พล.อ.อ.ชลิต กล่าว
-โต้ข่าวทหารปูทางปฏิวัติซ้อน
เมื่อถามว่าการที่ประธาน คมช. พูดถึงการเตรียมใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการปรามไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบว่าท่านพูดเมื่อไหร่ แต่คงมีความหวังดี ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในสังคม การพิจารณาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยทั่วไปนั้นจะต้องมีสิ่งบอกเหตุหรือมีเหตุการณ์ก่อน นอกนั้นถือเป็นสถานการณ์ปกติ
ส่วนที่พรรคไทยรักไทยกล่าวหาทหารพยายามปูทางให้เกิดความรุนแรงเพื่อนำไปสู่การปฏิวัติซ้อน รองประธาน คมช. กล่าวว่า ปฏิวัติซ้อนคงไม่มี เพราะไม่เป็นผลดี เราต้องการทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนที่กล่าวหาทหารพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อของบเพิ่มนั้น การออกมาให้ข่าวบางครั้งอาจมีเป้าหมายหรือแอบแฝงอะไรบางอย่าง ความจริงปีงบประมาณจะหมดลงแล้ว และจะเข้าสู่การจัดสรรงบประมาณใหม่ในอีกไม่นานนี้ เมื่อถามว่าข่าวเรื่องความเคลื่อนไหวต่างๆ ส่วนใหญ่ทหารจะออกมาให้ข่าวเอง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบใครให้ข่าว สำหรับตนไม่เคยพูดอย่างนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าทหารจะไม่ฉวยโอกาสทำปฏิวัติซ้ำ รองประธาน คมช. กล่าวว่า ข้อแรกไม่คิดว่าจะมีเหตุอะไรที่รุนแรงเกิดขึ้น และเมื่อไม่มีความวุ่นวายก็จะไม่มีการควบคุมสถานการณ์ การควบคุมสถานการณ์ขั้นต้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ และทางผู้ว่าฯ ในฐานะกอ.รมน.จังหวัด ในกทม.ก็มีผู้ว่าฯกทม. ดังนั้น ถ้าไม่เกิดเหตุรุนแรงก็ไม่ใช่ภาระหรือความรับผิดชอบที่ทหารต้องลงไป อยากขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าเสนอข่าวในเชิงว่าจะเกิดความรุนแรง เพราะเท่ากับไปกระตุ้นให้คนรู้สึกหวาดกลัวและเกิดสถานการณ์บางประเด็น ซึ่งจะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น
-"สพรั่ง"ซักซ้อมแผน"พิทักษ์ 1"
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแผนรักษาความสงบจากแผนปฐพี 149 มาเป็นแผนพิทักษ์ 1 พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า แผนปฐพี 149 ถือเป็นแผนแรกที่ใช้ในช่วงสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งตั้งแต่การปฏิรูประบอบการปกครอง แต่วันนี้เป็นคนละสถานการณ์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งบางหน่วยงานไม่ได้อยู่ในแผนแรก มีแต่ทหาร จึงจำเป็นต้องปรับให้มีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วย ส่วนกทม.ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะนิ่งๆ และราบรื่น คิดว่าคนกทม.เข้าใจเพราะใกล้ชิดกับสื่อ แต่ต่างจังหวัดถือเป็นภาระของผู้ว่าฯ ต้องชี้แจงกับประชาชนเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ต้องพยายามไม่ให้ประชาชนหลวมตัวจนทำให้เกิดความวุ่นวาย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ บก.ทบ. พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ คมช. เรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ คมช. หารือถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในวันพิจารณาตัดสินคดียุบพรรคการเมืองวันที่ 30 พ.ค. ตามแผน "พิทักษ์ 1" ซึ่งเป็นแผนที่ปรับรูปแบบมาจากแผนปฐพี 149 โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่เกาะติดประชาชน พร้อมกับขอความร่วมมือให้ประชาชนฟังการพิจารณาคดียุบพรรคทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุ เนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มไม่หวังดีชักนำมวลชนให้มาชุมนุมในกทม. ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษตามพื้นที่รอยต่อและเส้นทางจากภูมิภาคที่จะเข้ามาในกทม. ทั้งนี้ พล.อ.สพรั่ง ยังแสดงความเป็นห่วงการทำงานของส่วนราชการต่างๆ ในการทำความเข้าใจกับประชาชน กองทัพจึงได้ประสานกับส่วนราชการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสร้างความเข้าใจกับประชาชน
-"พัลลภ"นัดเคลียร์แกนนำพีทีวี
เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษา ผอ.รมน. เดินทางมาที่โรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์โฮเทล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่ภาคอีสาน กว่า 100 คนเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และให้นำข้อมูลที่เท็จจริงกลับไปอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชน
พล.อ.พัลลภ กล่าวถึงม็อบที่จะเดินทางไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญวันตัดสินยุบพรรค 30 พ.ค.ว่า มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนแต่จำนวนน้อยมาก การจะเข้าไปเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่คงไม่มี ในวันที่ 31 พ.ค. ตนนัดพูดคุยกับนายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้บริหารพีทีวี และไม่น่าจะมีปัญหาเพราะตนกับนายวีระรู้จักกันมากว่า 20 ปี มองดูแล้วกลุ่มมวลชนที่มีพลังมากที่สุดตอนนี้ก็คือกลุ่มพีทีวี การพูดคุยก็คงจะเป็นในลักษณะขอความร่วมมือว่าอย่าใช้มวลชนเคลื่อนไหวในทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการปฏิวัติซ้อน พล.อ.พัลลภกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ได้คุยกับพล.อ.สนธิแล้ว ยืนยันว่าไม่มีความคิดอย่างนี้เลย ส่วนที่หวั่นกันว่าจะมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์เพื่อให้ทหารปฏิวัติหรือประกาศภาวะฉุกเฉินนั้น ไม่น่าจะมี นอกจากสามารถรวมคนได้เป็นแสน อันนี้น่าห่วง แต่เชื่อว่าไม่ถึง
-ตำรวจมั่นใจคุมสถานการณ์ได้
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่บช.น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ปรับแผนการรักษาความสงบเรียบร้อยในวันตัดสินคดียุบพรรค ร่วมด้วย ผบช.น. รองผบช.น. ผบก.น.1-9 ผบก.จร. ผบก.ตปพ. ผบก.อก. หน.ศส.บช.น. พล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนบช.ก. กองปราบปราม พล.ต.ชาย คำวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้แทนกอ.รมน. และผู้แทนสำนักเทศกิจ กทม. ใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมงครึ่ง
พล.ต.อ.วิเชียรแถลงว่า ได้เตรียมป้องกันเต็มที่ทั้งบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนบริเวณโดยรอบกทม. บริเวณศาลรัฐธรรมนูญได้ขอกำลังกองทัพภาคที่ 1 ช่วยดูแลด้วย สำหรับแผนปฏิบัติการจะมีความกระชับมากขึ้น แผน "มกรา 50" เป็นแผนของนครบาล แต่แผนหลักของเราใช้ "กรกฎ 48" เป็นแนวทางในการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น มีการปรับพอสมควร เพราะมีทั้งกทม.และทหารมาช่วย ซึ่งจะไม่ให้พกอาวุธอย่างเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวถามประเมินหรือไม่จะมีผู้มาชุมนุมเท่าไหร่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่าอาจจะหลายพันคนถึงหมื่นคนในบริเวณรอบๆ กทม. แต่คงให้เข้ามาในพื้นที่ควบคุมอย่างศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ ในส่วนของภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยหรือทางจังหวัดก็ช่วยกันชี้แจง ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น เราคงควบคุมให้อยู่ในความสงบได้
-ตรึงรอบศาลตั้งแต่เย็นวันที่29
พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผบช.น. กล่าวว่าบช.น.รับผิดชอบการรักษาความสงบเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. เวลา 16.00 น. จะตรวจวัตถุระเบิดบริเวณรอบศาลทุกเส้นทาง จากนั้นจะมอบภารกิจให้กับตำรวจพื้นที่บก.น.6 จัดตำรวจรักษาพื้นที่ถึงสว่าง ช่วงกลางคืนกทม.จะนำรถส่องสว่าง 4 คันมาประจำโดยรอบศาล จากนั้นเวลา 06.00 น. วันที่ 30 พ.ค. เชื่อว่าจะมีกองเชียร์ของพรรคต่างๆมา ได้มอบให้ผบก.น.6 ดูแลเรื่องการจราจร โดยเฉพาะรถที่ข้ามมาจากสะพานพระปกเกล้าที่มีเป็นหมื่นๆ คัน จะเปิดให้วิ่งก่อนจนกว่าจะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย
ผบช.น.กล่าวว่ากองเชียร์ต้องยืนอยู่บนทางเท้าด้านการไฟฟ้าวัดเลียบโดยใช้แผงเหล็กกั้น หากมีประชาชนมามากจะทยอยปิดถนนทีละช่องทาง หากต้องปิดถนนหมดจะมีเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตรวจอาวุธ รวมทั้งสิ่งที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน สร้างความอึกทึกครึกโครม เช่น เครื่องขยายเสียง ประทัด จะไม่ให้นำเข้าไป ส่วนหน้าศาลจะมีแผงเหล็กตลอดแนวรั้ว 100 เมตร มีกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยทั้งประตูทางเข้า-ออกและรอบนอกศาล
"กำลังมีทั้งหมด 6 กองร้อย ประมาณ 900-1,000 คน และสแตนด์บาย ณ ที่ตั้งอีก 6 กองร้อย ร่วมด้วยกำลังเทศกิจของกทม.และทหารจำนวนหนึ่ง" ผบช.น.กล่าวและว่าไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงหรือไปสกัดกั้นถ้าประชาชนต้องการเข้ามาฟังอย่างใกล้ชิดก็ยินดี แต่ถ้ากลุ่มใดก่อให้เกิดความรำคาญเกินกว่าจะรับได้จะดำเนินการโดยเด็ดขาด
-ตั้งด่านตรวจเข้มแท็กซี่-จยย.
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวม็อบเสื้อแดงที่เป็นกลุ่มแท็กซี่และวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง พล.ต.ท.อดิศรกล่าวว่าได้ข่าวจากทางหนังสือพิมพ์ ได้สั่งให้ทุกท้องที่ดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และในวันที่ 30 จะตั้งด่านว.43 ตรวจรถจักรยานยนต์ รถแท็กซี่ และรถปิกอัพโดยรอบกทม. ทั้งฝั่งธนบุรี สะพานพระปกเกล้า และทุกสะพาน ในส่วนที่ทำการพรรคไทยรักไทยและประชาธิปัตย์ สั่งการให้ผบก.น.2 และผบก.น.5 จัดกำลังไปดูแลความปลอดภัย รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับตุลาการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น ยาวไปจนถึงหลังวันพิพากษา อาจต่อไปเรื่อยๆ เพราะวันที่ 31 พ.ค. กลุ่มพีทีวีจะชุมนุมและมีการแจกจตุคามรามเทพด้วย ซึ่งมอบให้พล.ต.ต.นิพนธ์ ภุมรินทร์ รอง ผบช.น. ประสานอยู่ ถ้าใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงได้ก็จะดี แต่ถ้าจะใช้ลานพระบรมรูปทรงม้ามีข้อแม้ว่าห้ามตั้งเวทีโดยเด็ดขาด และอาจตั้งแผงเหล็กในพื้นที่เขตพระราชฐานให้เรียบร้อย รวมถึงกรณีที่มีเส้นทางเสด็จฯ อาจคุยในรายละเอียดให้ชัดเจนด้วย
พล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน โฆษกตร. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่มีเครื่องมือควบคุมฝูงชนเก็บไว้ในที่อันควรที่สามารถใช้ได้อย่างทันท่วงที ตำรวจได้เตรียมการไว้ทุกจุดทั้งเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีหน่วยสนับสนุนทั้ง กทม. ทหาร ตชด. กองปราบฯ สันติบาล ตำรวจทางหลวงตั้งจุดตรวจตามเส้นทางเข้ากทม. ส่วนผู้ที่สัญจรไปมาแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ฟังข่าวสารทางสื่อมวลชนด้วย ถ้าไม่จำเป็นขอให้อยู่บ้านฟังการถ่ายทอดสดจะดีกว่า พรรคไทยรักไทยและประชาธิปัตย์ได้เชิญผู้สนับสนุนพรรคไปร่วมฟังที่พรรคได้ ไม่ต้องมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ จะช่วยคลี่คลายปัญหามวลชนส่วนหนึ่ง  สกัดม็อบ- หน่วย ฉก.กรมทหารม้าที่ 2 ตั้งด่านในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ คอยสกัดม็อบที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อฟังการตัดสินคดียุบ 2 พรรคการเมืองใหญ่ในวันที่ 30 พ.ค.
|
-เตรียมพร้อมเส้นทางฉุกเฉิน
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการอ่านคำพิพากษาของตุลาการรัฐธรรมนูญ เวลา 13.30 น. จะเป็นการอ่านคำตัดสินในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ และเวลา 14.30 น. จะอ่านคำพิพากษาในส่วนของพรรคไทยรักไทย โดย บก.น.6 จะออกตรวจพื้นที่ร่วมกับศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดพื้นที่จัดเตรียมแผนการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยและการจราจร มีกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน บก.น.6 รับผิดชอบบริเวณศาลรัฐธรรมนูญและส่วนหน้าของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะตั้งแผงเหล็กกั้นไว้ ส่วนฝั่งตรงข้ามที่การไฟฟ้าวัดเลียบจะเป็นที่ตั้งของกองรักษาการณ์ของกองร้อยควบคุมฝูงชน บก.น.8 จะขอกำลังสนับสนุนจากกองร้อยควบคุมฝูงชน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและสุนัขตำรวจของ บก.ตปพ. รับผิดชอบในเส้นทางถนนด้านหลังของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะควบคุมไว้เป็นพื้นที่ฉุกเฉินในการเข้า-ออกของบุคคลวีไอพี กำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนจะเข้าประจำจุดเวลา 05.00 น. หากกำลังพลขาดแคลนสามารถเสนอขอขึ้นมา โดยจะอนุมัติกำลังในส่วนของกองปราบปรามและตชด.อีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ กทม.จะติดตั้งกล้องซีซีทีวีตามที่ศาลรัฐธรรมนูญร้องขอ รวมทั้งได้สั่งการให้สน.พระราชวัง บก.น.6 และศส.บช.น.จัดชุดถ่ายภาพเคลื่อนที่ ภาพนิ่งอย่างน้อย 3 ชุด ส่วนในวันที่ 29 พ.ค. ที่มีการส่งคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญแต่ละคนมารวมกันแล้วนำไปโหวตทำเป็นคำวินิจฉัยกลางที่ศาลฎีกา เพื่อนำไปอ่านที่ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 พ.ค. จึงให้บก.น.1 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจดูความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกาด้วย
-จับตาระเบิดสร้างสถานการณ์
พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงมาตรการดูแลความสงบในวันตัดสินคดียุบพรรคว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาหลังจากที่ทุกคนรับฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนทุกคนต้องเชื่อในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจน ด้านการรักษาความปลอดภัย ตำรวจนครบาลจัดกำลัง 5 กองร้อยไว้ดูแลความสงบเรียบร้อย ในส่วนภูมิภาค ทางผู้ว่าฯร่วมกับผู้บังคับการจังหวัดมีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการก่อกวนด้วยการวางระเบิดสร้างสถานการณ์ รองผบ.ตร.มค. กล่าวว่าตำรวจมองอยู่และเข้มงวดมากขึ้นในการตรวจตราตามจุดต่างๆ คาดว่าอาจมีการก่อกวนเกิดขึ้นได้ จึงเพิ่มความเข้มและความถี่ในการตรวจ ส่วนข่าวการจ้างม็อบเข้ามาชุมนุมยังไม่พบข้อมูล แต่หลังจากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วอาจมีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนขึ้น ต้องจับตามอง ขอฝากเตือนประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีต่อประเทศที่ต้องการสร้างความวุ่นวาน หากพบเห็นให้แจ้งตำรวจ
พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า จากการประเมินด้านการข่าวเชื่อว่าในวันนั้นจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เนื่องจากพรรคใหญ่ทั้งสองพรรคให้คำมั่นว่าจะไม่มีการระดมคนเคลื่อนไหวใดๆ ขณะนี้ความเคลื่อนไหวต่างๆ นั้นหน่วยกำลังมีข้อมูลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเกณฑ์คนจากต่างจังหวัด การจ่ายเงินให้กับแท็กซี่เพื่อเคลื่อนไหวยังเป็นเพียงแค่ข่าว ยังไม่พบสัญญาณที่ชัดเจน ส่วนตัวประเมินว่าไม่มีอะไรรุนแรง ได้ให้สันติบาลทั่วประเทศเกาะติดข่าวความเคลื่อนไหวของประชาชนทั่วประเทศ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการรวมพลเกณฑ์คนที่ชัดเจน จึงไม่มีอะไรน่าห่วง
-คมช.ตั้งท่าใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. เป็นประธานการประชุม คมช. โดยมีสมาชิกคมช. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ต่อมาเวลา 17.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. แถลงผลการประชุมว่า ในวันที่ 30 พ.ค. คาดว่าจะมีมวลชนทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ และกลุ่มการเมืองมาชุมนุมในกรุงเทพฯ ทาง คมช.จึงนำแผนปฏิบัติการ"แผนพิทักษ์ 1" มาใช้แทนแผนปฐพี 149 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยหากเกิดเหตุวุ่นวาย คมช.จะอนุมัติให้ใช้กำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ภายใต้เงื่อนไขการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คมช.ยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทางไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น หากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมั่นใจว่าแผนรองรับนี้จะควบคุมสถานการณ์ได้แน่นอน
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในการประชุมนอกรอบของ ครม. วันที่ 29 พ.ค. พล.อ.สนธิ จะนำแผนพิทักษ์ 1 แจ้งให้ครม.ทราบ พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ให้จัดเจ้าหน้าที่ลงไปพบและแก้ปัญหาของกลุ่มเกษตรกรที่จะมาชุมนุม โดยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทั้งในส่วนภูมิภาค และพื้นที่พักคอย ณ จุดตรวจต่างๆ ตามเส้นทางเข้าสู่ กทม. เรื่องเกษตรกร คมช.คิดว่าไม่มีเบื้องหลัง ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง หรือถูกชักชวนจากกลุ่มที่เสียประโยชน์ทางการเมือง ส่วนข่าวจะมีมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่ใส่เสื้อแดงนั้น ได้รับรายงานมาจริง แต่ไม่กล้ายืนยันตัวเลข ซึ่งคมช.เตรียมการไว้แล้ว มั่นใจว่ารับสถานการณ์ได้
-ตั้งศูนย์อำนวยการ-"สนธิ"คุมเอง
ส่วนการรักษาความสงบจะต่อเนื่องไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งกลุ่มพีทีวีจะชุมนุมด้วยหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คงจะต่อเนื่องจนกระทั่งสถานการณ์อยู่ในภาวะไว้วางใจได้ โดยทุกหน่วยจะพร้อมในที่ตั้ง แผนพิทักษ์ 1 ในขั้นที่ 1-3 ปฏิบัติได้โดยไม่ต้องรอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนขั้นที่ 4 ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังทหารจากกองพันต่างๆ เตรียมพร้อมทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่มีกำลังในพื้นที่กทม.เหล่าทัพละ 400-500 นาย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนครบาล กองปราบปราม กองบังคับการภูธรภาค 1-9 ส่วนกำลังของกองทัพบกโดยรวมกว่า 10,000 คน ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ร้ายแรง แต่จะใช้การชี้แจงโดยเริ่มในพื้นที่ต่างจังหวัดก่อน
"ประธานคมช.ไม่อยากใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะคมช.ยังเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนคิดดีประสงค์ดีกับชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวน่าจะทำให้คนไทยมีสำนึกและตระหนักในความเป็นคนไทยมากขึ้น"โฆษกคมช. กล่าวและว่า จะมีการตั้งศูนย์ควบคุมอำนวยการที่กองบัญชาการกองทัพบก มีพล.อ.สนธิ เป็นผู้ควบคุม มีกำลังทหารเตรียมพร้อมกระจายไปทั่วพื้นที่ มีผู้บังคับหน่วยในระดับผู้บังคับการกรม มีการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบโดยชัดเจนอยู่แล้วตามแผนพิทักษ์ 1 ว่า สมาชิกคมช.ท่านใดจะรับผิดชอบพื้นที่ไหน
-ไม่กล้ารับประกันสถานการณ์
เมื่อถามว่าที่ประชุมพูดถึงการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่มีการพูดกัน คือวันนี้ถ้าไม่มีเหตุการณ์จำเป็นจริงๆ เราจะไม่นำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้ แต่หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลก็พร้อมนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาประกาศใช้ ทางทหารเองก็พร้อม ต่อข้อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์เพื่อรับมือกับคำตัดสินอย่างไร พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า มีการประเมินทุกวิถีทางที่น่าจะเกิดขึ้น หากมีการยุบและตัดสิทธิด้วย เชื่อว่าความไม่พอใจจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์น่าจะเกิดขึ้นเยอะ แผนกดดันต่างๆ จะเกิดขึ้นมาก ฉะนั้นการอธิบายชี้แจงทำความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต้องดำเนินการให้มากขึ้น
เมื่อถามว่าคมช.ประเมินว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในวันที่ 30 พ.ค.ใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากข้อมูลข่าวสารและจากสื่อมวลชน อยู่ในภาวะที่ไม่มีใครกล้ารับประกันได้ว่าจะเกิดเหตุอะไรได้บ้าง วิธีที่ดีที่สุดจะต้องเตรียมพร้อมไม่ให้เหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้น
เราได้ติดต่อกับแกนนำที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น สหกรณ์แท็กซี่ที่มีอยู่ 27 สหกรณ์ มีรถเกือบ 4 หมื่นคัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด 195 แห่ง มีรถเกือบ 700 คัน ส่วนบริษัทมีอยู่ 107 บริษัท มีรถ 1.2 หมื่นคัน รวมแล้ว 52,000 กว่าคัน ส่วนแท็กซี่ส่วนบุคคลมีประมาณ 28,000 คัน รวมเบ็ดเสร็จ 81,000 กว่าคัน ในจำนวนนี้ถ้าจะออกมาใส่เสื้อแดงชุมนุมไม่น่าจะเกิน 300 คัน ส่วนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างใน กทม.ก็ไม่เยอะ มี 4 พันกว่าวิน หรือ 1 แสนกว่าคัน เชื่อว่าจะออกมารวมกลุ่มสร้างความไม่สงบเรียบร้อยไม่น่าจะเกิน 100-200 คัน
-คาดมีม็อบชุมนุมไม่เกิน6พัน
เมื่อถามว่าถึงแม้จำนวนน้อยแต่การปฏิบัติจะสร้างความยั่วยุหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะปฏิบัติลักษณะอย่างไร แต่จากข้อมูลข่าวสารที่มีประเมินแล้วมีไม่มาก เชื่อมั่นว่าเขาจะไม่กล้า และในเวลาที่เหลือ 1-2 วันจะสร้างความเข้าใจชี้แจงกัน ส่วนการเจรจากับแกนนำที่จะเคลื่อนเข้า กทม. ได้ผลในระดับหนึ่ง มีจำนวนที่เดินทางกลับค่อนข้างมาก ทั้งนี้ คมช.ได้ประมาณการชุมนุมคร่าวๆ ของทุกกลุ่มแล้วไม่น่าจะถึง 1 หมื่นคน คืออยู่ที่ 5-6 พันคน ส่วนรูปแบบการเดินทางเข้ามามีทั้งมาเป็นกลุ่มหรือทยอยกันเข้ามา เมื่อถามว่าจะถือโอกาสปฏิวัติซ้ำหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ ทหารไม่ต้องการให้เกิดเหตุวุ่นวาย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีแผนรักษาความสงบ นี่เป็นประเทศชาติของเรา ไม่ใช่ศาลาเฉลิมกรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้า พล.อ.สนธิ ได้เดินทางไปกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อพบกับผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง พล.1 รอ. โดยมีผู้บังคับการกรม ผู้บังคับกองพันของ พล.1 รอ. ทุกนายเข้าฟังนโยบายในทำความเข้าใจในแผนการปฏิบัติในวันที่ 30 พ.ค. ทั้งนี้พล.อ.สนธิ ได้ซักซ้อมรายละเอียดแผนพิทักษ์ 1 โดยเน้นย้ำว่าการปฏิบัติของกำลังพลทุกคนต้องปลดอาวุธประจำกาย และไม่ให้เผชิญหน้าหรือประชิดกับแถวหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้แผนพิทักษ์ 1 จะใช้กำลังทั้งตำรวจ ทหาร 3 เหล่าทัพทั้งหมดกว่า 1.3 หมื่นนาย โดยทหารจะออกมาปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์ จะแบ่งกำลังเป็น 3 ชุด ชุดแรกออกปฏิบัติหน้าที่ได้ภายใน 30 นาที-1 ชั่วโมง ชุดที่สองภายใน 3 ชั่วโมง และชุดที่สามภายใน 6 ชั่วโมง
-มือมืดโทร.ขู่บึ้มไทยรักไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.ไชยยา กลางทัพ ร้อยเวร สน.มักกะสัน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีผู้โทรศัพท์ขู่วางระเบิดที่ทำการพรรคไทยรักไทย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.ท.สุวิชา จินดาคำ สว.สส.สน.มักกะสัน ก่อนกระจายกำลังตรวจสอบบริเวณรอบนอกอาคาร พร้อมประสานเจ้าหน้าที่รปภ.ของอาคารให้ตรวจสอบภายในตามชั้นต่างๆ จากการตรวจค้นอย่างละเอียดไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จากการสอบสวนทราบว่าเวลาประมาณ 09.00 น. มีชายโทร.เข้ามายังที่ศูนย์วิทยุ 191 ว่าได้วางระเบิดไว้ที่อาคารพรรคไทยรักไทย จะระเบิดในเวลา 11.30 น. จากการตรวจสอบพบว่า ชายดังกล่าวใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบดีแทค ใช้ซิมการ์ดแบบเติมเงินที่เพิ่งเปิดใช้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เช็กสัญญาณได้ว่าใช้โทรศัพท์จากย่านฝั่งธนบุรี
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรค เรียกแกนนำและอดีตส.ส. 20 คน ประชุมถึงแนวทางการป้องกันเหตุร้ายในวันที่ 30 พ.ค. นายจาตุรนต์ แจ้งว่าเป็นห่วงว่าอาจมีเหตุที่ไม่คาดฝันจากฝ่ายที่เตรียมการก่อความวุ่นวาย โดยแฝงตัวมากับสมาชิกพรรคที่จะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเกรงว่าหน่วยงานความมั่นคงจะระบุว่าเป็นฝีมือของไทยรักไทย นายจาตุรนต์ยังกำชับให้แกนนำพรรคทำความเข้าใจสมาชิกว่า ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากต้องการมาฟังคำวินิจฉัยให้มาฟังร่วมกันที่ที่ทำการพรรค ถ.พระราม 3 เบื้องต้นได้ประสานไปยัง สน.พระยาไกร และสถานีตำรวจใกล้เคียงจัดส่งเจ้าหน้าที่มาคอยอำนวยความสะดวกแล้ว
-เผยช่องต่อสู้คำสั่งยุบพรรค
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รักษาการรองหัวหน้าพรรคกล่าวถึงการเตรียมการรองรับผลคำวินิจฉัยคดียุบพรรค ในวันที่ 30 พ.ค ว่า ได้หารือกับอดีตของส.ส.พรรคเพื่อเตรียมการรองรับคำตัดสินในวันที่ 30 พ.ค. ทราบข่าวว่าอาจมีมือที่สามที่ไม่ประสงค์ดีต่อพรรคมาชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการเขียนป้ายหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้เห็นว่าเป็นคนของพรรค จึงมอบหมายให้อดีตส.ส.กทม. ส่วนหนึ่งคอยติดตามการเคลื่อนไหวดังกล่าว และเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนพรรคติดตามผลคำตัดสินที่บ้าน หรือที่ทำการพรรคที่จัดสถานที่รองรับ โดยประสานตำรวจท้องที่เพื่อดูแลความสงบแล้ว
เมื่อถามถึงการยื่นฟ้องศาลหากผลคำวินิจฉัยไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ นายพงศ์เทพกล่าวว่า เนื่องจากตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาล และรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ไม่ได้เขียนว่าผลคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด ปกติแล้วเมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นก็ต้องไปที่ศาล ซึ่งถือว่ามีช่องให้โต้แย้ง แต่พรรคไทยรักไทยเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกยุบ เพราะพยานของอัยการที่กล่าวหาพรรคไทยรักไทยไม่มีน้ำหนักพอ และข้อกฎหมายที่อัยการใช้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญ พรรคยังเชื่อมั่นในตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายคนที่มีประวัติการทำงานตรงไปตรงมา การตัดสินจะไม่ใช้หลักทางนิติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่จะใช้ศาสตร์อื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วย โดยเฉพาะด้านรัฐศาสตร์ที่ต้องใช้ดุลพินิจว่าหากยุบพรรคแล้วจะส่งผลดีผลเสียต่อประเทศอย่างไร เป็นผลดีต่อประชาธิปไตยหรือไม่และจะกระทบสิทธิต่อการเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่
-เตรียมออกแถลงการณ์หลังรู้ผล
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะทำงานบริหารจัดการพรรคไทยรักไทยกล่าวว่า ในวันที่ 30 พ.ค. พรรคไทยรักไทยจะจัดเวทีขนาดเล็กมีแกนนำพรรค อาทิ นายปองพล อดิเรกสาร นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ขึ้นเวทีกล่าวกับสมาชิกพรรคในระหว่างที่รอฟังคำตัดสิน ส่วนนายจาตุรนต์ พร้อมฝ่ายกฎหมายจะไปร่วมฟังผลที่ศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีคำตัดสิน จะมีการหารือในกรรมการบริหารพรรคเพื่อออกแถลงการณ์ถึงการเดินหน้าต่อไปของพรรค โดยยึดแนวทางการต่อสู้ในระบอบรัฐสภา ก่อนอ่านแถลงการณ์ นายจาตุรนต์ และอดีตส.ส.พรรคจะร่วมลงสัตยาบันแสดงเจตจำนงยืนหยัดกับอุดมการณ์ของไทยรักไทยต่อไป รวมถึงการยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 เพื่อให้พรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป
ร.ท.กุเทพกล่าวว่า พรรคไทยรักไทยจะยึดมั่นในระบบรัฐสภาและแนวทางสันติวิธี จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับผู้ก่อความวุ่นวาย จึงไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อขนคนเข้ามา แม้ว่าวันนี้จะมีความพยายามสร้างภาพให้เกิดความปั่นป่วน เพื่อไม่ให้มีประชาธิปไตยเกิดขึ้น พรรคทราบข้อมูลว่าในจังหวัดต่างๆ มีความพยายามของทหารเพื่อทำให้คนมองว่ามีความพยายามสร้างความปั่นป่วน ส่วนการชุมนุมในวันที่ 31 พ.ค. ของกลุ่มพีทีวี หากประชาชนจะต่อสู้แบบสันติวิธีจะเกรงกลัวอะไร แม้แต่เรื่องการขอเวลาออกอากาศเหตุใดถึงต้องปิดกั้นโดยมองว่าเป็นการกดดันศาล ทั้งที่เป็นเพียงการชี้แจงให้สมาชิกพรรคได้เข้าใจและเป็นการช่วยรัฐบาล การออกมาคัดค้านจึงสะท้อนภูมิปัญญาของรัฐมนตรี
-"อ๋อย"แฉแผนโยนขี้ไทยรักไทย
ที่มหาวิทยาลัยเกริก นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์กรณีหน่วยข่าวกรองระบุมีการจัดตั้งม็อบเสื้อแดงมากดดันตุลาการรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้เป็นไปได้ 2 ทาง คือ 1.สร้างข่าวให้ประชาชนหวาดกลัว 2.ผู้มีอำนาจและกลุ่มพันธมิตรฯ คิดก่อการชุมนุมเสียเองแล้วโยนว่าเป็นการกระทำของพรรคไทยรักไทย ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคจะส่งคนไปศาลเพียง 10 คนเท่านั้น หากมีการชุมนุมสร้างความวุ่นวายที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่ใช่นโยบายและไม่ใช่วิธีการของไทยรักไทยแน่นอน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นพวกที่ไม่หวังดีต่อพรรคและบ้านเมือง ซึ่งได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
"แม้จะมีการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เราก็จะใช้อุดมการณ์และนโยบายพรรคต่อไป แม้จะเป็นเพียงผู้ปิดโปสเตอร์หรือแจกใบปลิวก็ไม่เป็นไร เราจะสู้ต่อไปในระบบรัฐสภาและยึดมั่นในสันติวิธี จะไม่ไปสังกัดหรือรวมกับกลุ่มการเมืองอื่นแน่นอน" นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า สำหรับการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นอำนาจของรัฐบาลและครม.ที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะถ้าใช้อย่างไม่เหมาะสมจะทำให้สถานการณ์ฉุกเฉินยิ่งขึ้น ผู้มีอำนาจไม่ควรสร้างบรรยากาศให้ประชาชนอยู่ในความสงบโดยที่มีความหวาดกลัว ควรพูดกันด้วยเหตุผล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนอยู่แล้ว การใช้กฎหมายนี้เป็นอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล คิดว่าควรเป็นวิธีสุดท้าย เพราะถ้าความขัดแย้งถูกยกระดับขึ้นไปก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นในแง่เสถียรภาพของบ้านเมือง
-อศ.มร.ยืนยันไม่เกี่ยวกับ"จตุพร"
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำพีทีวี กล่าวถึงกรณีประธานคมช. และวอร์รูมรัฐบาล ระบุมีการจ้างกลุ่มแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หัวละ 200 บาท ให้ใส่เสื้อสีแดงร่วมกับการชุมนุมสนับสนุนพรรคไทยรักไทย ในวันที่ 30 พ.ค. และการชุมนุมของพีทีวี ในวันที่ 31 พ.ค. ว่า เท่าที่ตรวจสอบกับเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ไม่มีข้อมูลการเคลื่อนย้ายประชาชนในลักษณะดังกล่าว ที่ออกมาพูดเป็นสิ่งที่ คมช.ได้ว่าจ้างให้คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ให้ใส่เสื้อสีแดงแล้วให้เข้ามาป่วนในการชุมนุมเองหรือไม่ เพื่อจะได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ จึงอยากให้พล.อ.สนธิ แสดงความชัดเจนว่า คมช.ไม่ได้จ้างคนมาเพื่อใส่ร้ายพีทีวี ไทยรักไทยหรือส่วนอื่นๆ เนื่องจากกระแสการรัฐประหารรุนแรงขึ้นทุกวัน
นายสิกขนันท์ หนูเล็ก นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.) กล่าวถึงกรณีนายจตุพร ประกาศจะระดมนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 500-1,000 คน มาชุมนุมในวันที่ 30 พ.ค. ว่า ได้หารือกับแกนนำนักศึกษาในส่วนต่างๆ แล้วประเมินว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะนักศึกษาที่นายจตุพรดูแลอยู่มีไม่ถึง 200 คน ขณะที่นักศึกษาทั่วไปส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง ยังงงๆ ด้วยซ้ำ และอศ.มร.มีมติชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปร่วมชุมนุมกับพีทีวี และจะประชาสัมพันธ์บอกเพื่อนนักศึกษาว่าอย่าหลงไปชุมนุมกับพีทีวี ไม่ใช่ว่าเราสนับสนุน คมช. แต่เรารู้อยู่ว่าการเคลื่อนไหวของนายจตุพร มีเบื้องหลังอย่างไร
-"สมศักดิ์"เสนอซอยขั้วการเมือง
ที่สำนักงานกลุ่มมัชฌิมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังวันที่ 30 พ.ค.ว่า ได้รับทราบข้อมูลว่าช่วงวันที่ 28-30 พ.ค. โรงแรมระดับ 2 และ 3 ดาวในกรุงเทพฯ และปริมณฑลถูกจองเกือบหมดแล้ว ถือเป็นพัฒนาการของม็อบ หากมาด้วยเครื่องบินหรือรถไฟได้คงไม่ใช่ม็อบจัดตั้งตามปกติ อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดและแยกแยะให้ออก เนื่องจากอาจมีประชาชนบางส่วนเดินทางมาร่วมงานวันวิสาขบูชาในวันที่ 31 พ.ค. หรือมาในกิจกรรมอื่นที่ไม่ได้ร่วมกับม็อบ มิฉะนั้นอาจเหมือนกรณีการนำช้าง 99 เชือกจากสุรินทร์เพื่อมาร่วมงานวันวิสาขบูชา แต่กลับถูกสกัดไว้เนื่องจากเกรงว่าจะนำมาเดินขบวน
นายสมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการตัดสินคดียุบพรรควันที่ 30 พ.ค. ถ้าการตัดสินออกมาแล้วโชคดีก็จะเกิดความสมานฉันท์ แต่อีกทางหนึ่งคือเมื่อวินิจฉัยออกมาจะเกิดความแตกแยก การตัดสินจะเกิดผลใน 2 ทางคือสมานฉันท์และไม่สมานฉันท์ ต้องเข้าใจว่าก่อนรัฐประหารการเมืองไทยแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือกลุ่มการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และกลุ่มการเมืองที่ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นหากตัดสินคดียุบพรรคแล้วยังคงมี 2 ขั้วอำนาจเหมือนแบบเก่า ก็จะก่อให้เกิดความแตกแยกเหมือนเดิม ความสมานฉันท์จะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าตัดสินแล้วทำให้การเมืองแบ่งออกเป็น 3-4 ขั้ว จะก่อให้เกิดความสมานฉันท์ และเชื่อว่าวันนี้ตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว
-อ้างไม่มีคนในกลุ่มกลับ"ทรท."
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าหากผลตัดสินออกมาปรากฏว่าไม่ยุบพรรค ทางกลุ่มจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป แต่ถ้ายุบพรรคแล้วกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ 5 ปี สถานการณ์ความแตกแยกจะยังคงอยู่เหมือนเดิม เนื่องจากอดีตส.ส.จะไหลไปรวมกันที่ใดที่หนึ่งที่มีแม่เหล็กดึงดูด การเมืองจะเป็น 2 ขั้วเหมือนเดิม ซึ่งน่าเป็นห่วง
นายโสภณ เพชรสว่าง ประธานฝ่ายการเมืองกลุ่มมัชฌิมา กล่าวถึงข่าวอดีตส.ส.ของกลุ่มจะกลับไปอยู่ไทยรักไทยว่า ในจำนวนยอดไหลกลับจะไม่มีอดีตส.ส.จากกลุ่มมัชฌิมา เรายังคงยืนยันตัวเลข 80 กว่าคนเหมือนเดิม ไม่ลดน้อยลงมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นวันที่ 30 พ.ค.หลังฟังคำวินิจฉัยคดีแล้วจะไม่มีคนของเราไปปรากฏตัวที่พรรคไทยรักไทย และร่วมลงชื่อประกาศเจตนารมณ์กลับเข้าพรรคแน่นอน เพราะกลุ่มมัชฌิมาทำงานการเมืองจนเป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชนแล้ว กระแสไม่ได้น้อยไปกว่าพรรคไทยรักไทย
"ที่มีข่าวเช่นนี้อาจเป็นไปได้ว่ามีท่อน้ำเลี้ยงจากพรรคไทยรักไทยทำให้มีอดีตส.ส.บางคนกลับไป ต้องยอมรับว่าเงินก็เป็นปัจจัยในการเลือกตั้ง แต่ยอดอดีตส.ส. 80 กว่าคนของกลุ่มจะอยู่ครบไปจนถึงวันเลือกตั้ง ล่าสุดมีกลุ่มมาสมัครกับเราเพิ่มแล้วคือกลุ่มอีสานกู้ชาติ ของนายไทกร พลสุวรรณ" นายโสภณกล่าว
-"สงค์"ยังย้ำให้ตัดไฟแต่ต้นลม
ที่รัฐสภา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการตัดสินคดียุบพรรคที่อาจจะมีผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องทำต่อไป ถ้าเกิดความวุ่นวายก็จะกระทบถึงขั้นตอนการลงประชามติและการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ปลายปี ฉะนั้นอยากให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายบริหารควบคุมดูแลให้สถานการณ์เรียบร้อย เรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้นเกิดจากการสนับสนุนจากผีไม่มีศาล สมภารไม่มีวัด ไม่เช่นนั้นการเคลื่อนไหวจะเอาเงินทองมาจากไหน ฉะนั้นถ้าเห็นแก่บ้านเมืองอย่าดีกว่า รอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ กระทั่งมีการเลือกตั้งแล้วค่อยมาว่ากันอีกครั้ง
เมื่อถามว่าฝ่ายบริหารควรเข้ามาคุมสถานการณ์อย่างไร น.ต.ประสงค์กล่าวว่าฝ่ายบริหารต้องกล้าหาญและเด็ดขาดในการตัดสินใจใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์ในการรักษาสถานการณ์ต่างๆ ส่วนที่กลุ่มอำนาจเก่าจะออกมาเคลื่อนไหวในวันที่ 30 พ.ค. เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้ น.ต.ประสงค์กล่าวว่าต้องประเมินสถานการณ์แต่ละวัน ถ้าหากการข่าวถูกต้องจะทำให้การตัดสินใจถูกต้องที่จะดับไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ใช่ปล่อยให้ไฟไหม้บ้านแล้วเอาน้ำมาดับ บ้านเสียหายไปแล้ว
ต่อข้อถามถึงการที่มีการระบุหากนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้จะไม่เป็นประชาธิปไตย น.ต.ประสงค์กล่าวว่าถ้าหากเราจะไปมองว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่มีประชาธิปไตย แล้วปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นจนทำให้บ้านเมืองวุ่นวายก็ไม่ถูกต้อง เราต้องป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้น
-ไม่หวั่น"คลิปแม้ว"โดนแบน
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตระกูลชินวัตร กล่าวถึงผลคำตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ 30 พ.ค.ว่า ได้หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงการวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณมองว่าควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล เพราะทุกปัญหาล้วนมีทางออก และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเชื่อว่าแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคจะเดินหน้าต่อไป ระหว่างนี้ทุกคนไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลพิจารณา ส่วนที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปิดเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ ภายหลังมีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณถ่ายคลิปวิดีโอชุดใหม่เพื่อเตรียมเผยแพร่ก่อนวันตัดสินคดียุบพรรคนั้น การสั่งปิดเว็บไซต์ถือเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูล แต่เชื่อว่าผู้ที่ทำเว็บไซต์ดังกล่าวจะหาช่องทางสื่อสารได้ จึงเชื่อว่าการปิดกั้นคงทำได้ยาก
เมื่อถามว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณยังคงให้การสนับสนุนพรรคไทยรักไทยหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่าตนไม่มีข้อมูล แต่การสนับสนุนคงไม่เหมือนกับสมัยที่เป็นหัวหน้าพรรค และขณะนี้เงินของพ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ในประเทศไทย
-ศาลรธน.สั่งย้ายเอกสารสำคัญ
รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือเวียนถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญให้เก็บเอกสารสำคัญและของที่มีค่าออกจากสำนักงานก่อนวันที่ 30 พ.ค. เพราะเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้น ขณะที่ตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ได้เดินทางมายังศาลรัฐธรรมนูญ โดยเปลี่ยนสถานที่ประชุมไปที่ศาลฎีกาเพื่อป้องกันข่าวรั่วและความปลอดภัยของชั้นความลับ สำหรับการเขียนคำวินิจฉัยส่วนตัวครั้งนี้ตุลาการฯ ไม่ได้ให้ทีมงานหรือเลขาฯ ช่วยเขียนหรือช่วยพิมพ์คำวินิจฉัยแต่อย่างใด ทั้งนี้วันที่ 30 พ.ค. ซึ่งเป็นวันอ่านคำตัดสิน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะนำรถของสำนักงานไปรับตุลาการฯ ที่บ้านพัก เพื่อรักษาความปลอดภัย ล่าสุดตำรวจนครบาลส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าระวังอยู่ตึกตรงกันข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อน เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
วันเดียวกันนี้ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ในประเทศได้ออกเอกสารข่าวจากศูนย์ประชาสัมพันธ์ภายในประเทศ (ศปชท.) ระบุว่า ประชาชนทั่วประเทศต่างน้อมรับกระแสพระราชดำรัส นายอภิสิทธิ์ นายจาตุรนต์ และแกนนำสำคัญของทั้ง 2 พรรคออกมาน้อมรับกระแสพระราชดำรัส เรียกร้องให้สมาชิกพรรคติดตามคำตัดสินอย่างสงบและมีสติ แต่เป็นที่น่าเสียใจว่าจุดยืนของนายจาตุรนต์กลับไม่ได้รับการตอบสนองจากนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ที่ให้สัมภาษณ์แสดงความเชื่อมั่นวันที่ 30 พ.ค. จะมีสมาชิกพรรคมาร่วมฟังคำตัดสินจำนวนมาก แต่กลับไม่แสดงจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบเรียกร้องให้สมาชิกพรรคติดตามการตัดสินในที่ตั้งโดยไม่ต้องเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ สอดรับกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ใช้ทีวีเป็นข้ออ้างที่ประกาศจะเดินหน้าชุมนุมในวันที่ 31 พ.ค.ต่อไป
-"อภิสิทธิ์"ค้านตัดสิทธิเหมาเข่ง
เวลา 13.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเกริก มีการสัมมนาเรื่อง "การเมืองไทยก้าวหน้าหรือถอยหลัง" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การรัฐประหารในอดีตไม่ต้องมีคดียุบพรรคเพราะทุกพรรคถูกยุบตั้งแต่วันรัฐประหารแล้ว รัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้ยุบพรรคเพราะเริ่มยอมรับว่าพรรคการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยและสังคม ดังนั้นครั้งนี้ถ้าจะยุบต้องมีเหตุผลมากกว่าที่อยากจะยุบ
นายอภิสิทธ์กล่าวว่า ถ้าจะยุบพรรคไทยรักไทยต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพรรคไทยรักไทยทำผิด เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นเหตุผลเดียวที่จะชอบธรรม แต่ถ้าบอกว่าไม่อยากให้มีพรรคไทยรักไทยอยู่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วไปยุบถือว่าไม่ถูกต้อง ตนก็จะคัดค้าน เพราะพื้นที่ทางการเมืองต้องเปิด ทุกพรรคการเมืองไม่มีดีร้อยและไม่มีเลวร้อย ในส่วนของประชาธิปัตย์ตนก็ไม่กล้าพูดว่าดีทั้งร้อย พรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นคู่แข่งตนก็ไม่พูดว่าเลวร้อย สิ่งดีที่มีอยู่อย่างน้อยคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต้องมีสิทธิเดินต่อไปข้างหน้า รวมถึงการห้ามจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองใหม่โดยใช้ชื่อเดิม
-2 พรรคเผยชื่อตัวตายตัวแทน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่กังวล ประชาธิปัตย์คงไม่สูญหาย ยังมีคนรุ่นเก่า เช่น นายมารุต บุญนาค มาช่วย หากเป็นคนรุ่นใหม่ๆ ยังมี ม.ล.อภิมงคล โสณกุล เชื่อว่าคงสืบทอดเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อประชาชน ส่วนที่ระบุว่าตัวเองอาจออกจากการเมืองเร็วเพราะมองว่าสิ่งที่จะทำในเวลานี้ถ้าทำไม่ได้ก็ควรให้คนรุ่นหลังทำ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เรื่องการยุบพรรคได้สู้มาทุกวิถีทาง และขอย้ำว่าตุลาการที่ตัดสินไม่ใช่ศาล ไม่ได้มาตามระบบ ไม่มีสิทธิจะตัดสินยุบพรรคได้ ยืนยันว่าพรรคไทยรักไทยทำตามหลักนิติธรรมทุกอย่าง สิ่งที่ คมช.และรัฐบาลออกมาพูดเช่นบอกว่าถ้ายุบพรรคไทยรักไทยได้บ้านเมืองจะดีขึ้น ทำให้ไม่มั่นใจ แต่ก็ได้เตรียมหาทางออกในการเมืองไว้สำหรับผู้สนับสนุนเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่าแกนนำพรรคยังทำงานต่อไป ถ้าถูกยุบก็ตั้งใหม่ แต่ถ้าถูกห้ามลงการเมืองก็จะมองไปถึงบุคคลอื่นๆ เช่น พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร นายสวัสดิ์ คำประกอบ ส่วนตัวเองจะช่วยติดโปสเตอร์ให้พรรค แจกใบปลิวช่วยหาเสียง ไม่ทิ้งพรรคแน่นอน
"และขอฝากเนื้อฝากตัวคนใหม่ๆ ว่าอย่าทิ้งผม เพราะผมก็จะไม่ทิ้งพรรค ทั้งหมดนี้ยืนยันว่าต้องมีจุดสมดุลใหม่ที่มีกติกาเป็นประชาธิปไตยที่สามารถอยู่ในโลกและโลกาภิวัตน์ได้" นายจาตุรนต์กล่าว
-ตุลาการฯนัดลงมติลับสุดยอด
แหล่งข่าวจากผู้พิพากษาศาลฎีกาเปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ เรียกประชุมคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน เพื่อทำความตกลงขั้นตอนการลงมติวินิจฉัยคดียุบพรรค พร้อมนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 13.00 น. เพื่อกำหนดประชุมแถลงความเห็นส่วนตัวของตุลาการทั้ง 9 คนว่าคนใดมีความเห็นควรให้ยุบพรรคใดหรือไม่อย่างไร ก่อนจะนำมติเสียงข้างมากมาจัดทำคำวินิจฉัยกลางร่วมกัน ที่ห้องประชุมคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ(ก.ต.) ชั้น 3 อาคารศาลฎีกาสนามหลวง การดำเนินดังกล่าวถือเป็นการเก็บตัวตุลาการไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าใกล้หรือพบปะ เพื่อป้องกันข้อครหาว่ามีการล็อบบี้ ซึ่งในการประชุมคณะตุลาการฯ ยังมีข้อกำหนดห้ามไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือใดๆด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะเลือกใช้อาคารศาลฎีกาเพื่อประชุมลงมติแทนอาคารศาลรัฐธรรมนูญ แต่ประธานศาลฎีกาได้ให้ความสำคัญในเรื่องมาตรการความปลอดภัย รวมถึงความลับของมติคะแนนและคำวินิจฉัย โดยมีการสับเปลี่ยนห้องประชุมหลายครั้ง แม้เจ้าหน้าที่ธุรการของศาลฎีกา อาทิ ส่วนนิติกร ส่วนคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ประจำห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งปกติจะทราบนัดหมายการใช้ห้องเพื่อเตรียมเอกสาร แต่ในการประชุมลงมติคดียุบพรรคครั้งนี้ นายปัญญาในฐานะประธานศาลฎีกาใช้เจ้าหน้าที่ธุรการจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทั้งชุด และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณห้องประชุมเป็นอันขาด
-"สงค์"ชี้ช่องฟื้นองค์กรแก้วิกฤต
เวลา 09.30 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน วาระแรกเป็นการรับรองบันทึกการประชุมวันที่ 22 พ.ค. โดยนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการกรรมาธิการ รายงานว่า ที่ประชุมมีมติให้ตัดมาตรา 68 วรรคสองออกไป แต่นางสดศรี สัตยธรรม ท้วงว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นมติที่ประชุม ประธานบอกให้ตัดแล้วจะรับผิดชอบเอง ถือว่าเป็นมติของประธานคนเดียว ทั้งที่ ตนขอให้โหวตและขอแปรญัตติไว้ นายสมคิด ชี้แจงว่าแม้จะเอาออกไปก่อน แต่ส.ส.ร.ก็สามารถแปรญัตติให้กลับมาได้ นางสดศรีจึงขอให้ฝ่ายเลขาฯ บันทึกการประชุมว่าขอสงวนเรื่องนี้เอาไว้
น.ต.ประสงค์กล่าวว่า ที่ไม่ให้โหวตเพราะเกรงจะเกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น เหตุการณ์ความชุลมุนใน 2-3 วันนี้ มีนักการเมืองและนักวิชาการออกมาพูดว่า ควรมีองค์กรกลางหรือคณะบุคคลมาพบกันเพื่อหาทางออก ฟังดูแล้วก็เป็นลักษณะขององค์กรแก้วิกฤตตามมาตรา 68 วรรคสองเหมือนกัน
จากนั้นนายสมคิดเสนอพิจารณามาตรา 96 ที่ว่าด้วยคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครส.ส. ที่กำหนดให้กรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบพรรคไม่มีสิทธิลงเลือกตั้ง แต่น.ต.ประสงค์ตัดบท โดยกล่าวว่ามาตรานี้ขอให้รอดูว่าจะยุบพรรคอย่างไร หลังวันที่ 30 พ.ค. จึงจะมาพิจารณา
-โต้ยกร่างรธน.เล่นงาน"ทรท."
นายสมคิดจึงหยิบยกประเด็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระที่กำหนดไว้ 5 คน ซึ่งมีประธานศาลฎีการวมอยู่ด้วย ให้ที่ประชุมพิจารณา โดยนายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ รองประธานกรรมาธิการยกร่างฯ เสนอว่า หากศาลไม่ต้องการทำหน้าที่สรรหาโดยตรง จะปรับให้เป็นการเลือกโดยอ้อมได้หรือไม่ อาทิ ให้ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลือกตัวแทนมาทำหน้าที่กรรมการสรรหาสายละ 3 คน รวมกับประธานสภาและผู้นำฝ่ายค้านเป็น 11 คน ขณะที่นางสดศรีเสนอให้เพิ่มสัดส่วนของอัยการ นายวุฒิสาร ตันไชย เสนอให้แขวนไว้ก่อน เพื่อรับฟังความเห็นจาก 12 องค์กร ที่ประชุมจึงแขวนไว้ตามข้อเสนอ
จากนั้นที่ประชุมได้หารือในอีกหลายประเด็นและปิดประชุม โดยจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค. เป็นการนำความเห็นของ 12 องค์กรมาหารือเป็นรายมาตรา
ภายหลังการประชุม นายวิชา มหาคุณ นายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม และน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ให้สัมภาษณ์ถึงการเลื่อนพิจารณามาตรา 96 ในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครส.ส. ไปหลังวันที่ 30 พ.ค. ว่า เพราะขณะนี้การเมืองยังไม่นิ่ง ในวันที่ 30 พ.ค. นี้อาจเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ได้ หากมีข้อตกลงกันแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกก็จะทำให้สับสน ไม่ใช่หมายความว่าจะรอดูคำวินิจฉัยของตุลาการฯ แล้วจึงจะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อจงใจเล่นงานใคร ไม่อยากให้โยง 2 พรรคใหญ่
-รับยุบพรรคกระทบประชามติ
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ให้สัมภาษณ์ว่า คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าการตัดสินคดียุบพรรคน่าจะส่งผลต่อการทำประชามติ อาจส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวไม่รับร่าง แต่ถือว่าเป็นสิทธิ เชื่อว่าประชาชนมีความเห็นของตัวเอง เมื่อถามว่าการกำหนดเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามว่ากรรมการบริหารพรรคที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ ไว้ในมาตรา 96 จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดการไม่รับร่างมากขึ้นหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า หากการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับประกาศคปค.ฉบับที่ 27 ซึ่งไม่ได้เพิ่มสภาพบังคับมากเกินไปกว่านั้นหรือมากเกินกว่าคำพิพากษาก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก ต้องรอดูคำพิพากษาของตุลาการรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มองว่าเสนอเพื่อรองรับคำพิพากษาของตุลาการฯ คงไม่ใช่ เพราะนายจรัญเสนอเรื่องนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเสนอในช่วงตัดสินคดียุบพรรค
เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานประชุมสภาร่างฯ วาระพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ นายนรนิติแจ้งว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คาดว่าจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญจากการแปรญัตติตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. เป็นต้นไป และเคยหารือกับสมาชิกแล้วว่า อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยภายในเดือนมิ.ย. เพื่อให้ส.ส.ร.มีเวลาพิจารณารับร่างทั้งฉบับ ก่อนวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนด ดังนั้นโค้งสุดท้ายขอให้สมาชิกเข้าประชุมอย่างพร้อมเพียงเพราะต้องลงมติ จากนั้นกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมฯ รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนรอบ 2 ก่อนเปิดเวทีให้สมาชิกซักถาม ก่อนที่กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่จะรายงานผลการดำเนินงาน ขณะที่นายศิวะ แสงมณี เรียกร้องให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับนักวิชาการ 76 คน ที่รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ข่าวสด หน้า 1
316 อ่าน
|
|
|
ให้คะแนนกับบทความนี้?
(total 0 votes)
|