นักเตะไทยอกหัก เสมอสิงคโปร์ 1-1 ชวดแชมป์อาเซียน คัพคาบ้าน เกมครึ่งแรกเหนือกว่า บุกเป็นระลอก "พิพัฒน์ ต้นกันยา"ยิงสุดสวยขึ้นนำ 1-0 ก่อนโดนนักเตะเมืองลอดช่องไล่ตีเสมอช่วงสิบนาทีสุดท้าย รวม 2 นัด แพ้ 3-2 ท่ามกลางแฟนบอลเกือบ 4 หมื่นคนสวมเสื้อเหลืองเชียร์แน่นสนามศุภฯ "บิ๊กหอย"ยอมรับไทยพลาดเอง มีโอกาสยิงลูกที่ 2 ปิดบัญชีหลายครั้ง แต่ทำไม่ได้ ก่อนจะโดนสวน ตร.ระดมกำลังนับพันนาย รวมทั้งทหารคุมเข้มความปลอดภัยก่อนเกม ตรวจเข้มหาวัตถุระเบิดรอบสนาม ด้านสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนประชุมไทยวอล์กเอาต์นัดแรก อังคารนี้รู้ผลแน่ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี บอร์ดบริหารฟีฟ่ามั่นใจไทยไม่โดนลงโทษ
-แห่ซื้อตั๋วไทย-สิงคโปร์ล็อตสุดท้าย
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนการแข่งขันฟุตบอลอาเซียน คัพ รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่างไทย กับ สิงคโปร์ ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งจะเริ่มเตะเวลา 19.00 น. ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีแฟนฟุตบอลชาวไทยนับร้อยคนมารอคอยเข้าคิวที่บริเวณหน้าสนามศุภชลาศัย บางรายเดินทางมาตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันนัดนี้ ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะเปิดจำหน่ายให้แก่แฟนบอลเพิ่มอีกจำนวน 2,200 ใบ สำหรับตั๋วดังกล่าวเป็นโควตาที่แฟนบอลของสิงคโปร์คืนให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ สภานายกกิตติมศักดิ์สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นำมาคืน เป็นตั๋วราคาใบละ 300 บาท 2,000 ใบ และราคาใบละ 200 บาท 200 ใบ
กระทั่งเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลฯเปิดจำหน่ายตั๋ว มีแฟนบอลแห่เข้าคิวยาวเหยียด ทางสมาคมฟุตบอลฯจึงกำหนดให้สามารถซื้อตั๋วได้คนละ 2 ใบเท่านั้น เนื่องจากเกรงว่าจะมีพวกฉวยโอกาสนำตั๋วไปขายเกินราคา ปรากฏว่าตั๋วหมดลงอย่างรวดเร็ว
ด้านนายศุภวัฒน์ ศรีเจริญ แฟนบอลกองเชียร์ชาวไทย เปิดเผยว่า ตนเป็นคนซื้อตั๋วได้เป็นคนสุดท้าย รู้สึกดีใจมากที่สามารถซื้อตั๋วได้ บ้านตนอยู่จ.สมุทรปราการ เดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มากับเพื่อน 5-6 คน เพื่อรอคิวซื้อตั๋วชุดนี้ เพื่อนๆ ก็สามารถซื้อตั๋วได้ครบทุกคน ขอฝากไปสำหรับคนที่ไม่สามารถซื้อตั๋วได้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราเป็นคนไทย รักบอลไทยจะเชียร์ที่ไหนหรือจะเชียร์อยู่บ้านก็สามารถส่งแรงส่งใจได้เหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลฯประกาศปิดการขายตั๋ว มีกลุ่มคนประมาณ 10 คนนำตั๋วผีออกมาจำหน่ายที่หน้าสนามศุภชลาศัย ราคาตั๋วพุ่งขึ้นถึง 1,200 บาทแล้ว
นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ตั๋วที่นำมาจำหน่ายครั้งนี้เป็นชุดสุดท้ายจริงๆ มีราคา 300 บาท จำนวน 2 พันใบ และราคา 200 บาท จำนวน 200 ใบ โดยเปิดประตูให้แฟนบอลเข้าสนามศุภชลาศัยได้ในเวลา 16.00 น.
-แฟนบอลสวมเสื้อเหลืองแห่เชียร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการปิดการจำหน่ายตั๋วหมดแล้ว แฟนบอลชาวไทยบางส่วนที่ไม่ได้ตั๋วเข้าชมเกมแข่งขันฟุตบอลนัดนี้ต่างผิดหวัง ทยอยเดินทางกลับ ส่วนแฟนบอลที่มีตั๋วแล้วก็รอคอยเวลาที่สนามจะเปิดให้เข้าชมการแข่งขัน
ที่บริเวณด้านหน้าสนาม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนบอลต่างสวมเสื้อสีเหลืองมาเชียร์ โดยมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำแตรเป่า ริบบิ้นธงชาติไทยมาจำหน่าย และมีการเขียนเพ้นต์หน้าสีธงชาติไทย นับว่าเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งของแฟนบอลชาวไทยที่แห่มาเชียร์ฟุตบอลในนัดนี้อย่างมากมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอลฯติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ไว้ที่บริเวณสนามกีฬาจินดารักษ์ ด้านข้างสนามศุภชลาลัย เพื่อให้แฟนบอลที่ไม่มีตั๋วได้ชม โดยประตูสนามศุภชลาศัยจะเปิดให้แฟนบอลเข้าสนามในเวลา 16.00 น.
-ตั้งทีวียักษ์สนามเทพหัสดินฯรองรับ
ด้านนายทินกร นำบุญจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ หรือสพก. ซึ่งรับผิดชอบดูแลสนามศุภชลาศัยกล่าวว่า สนามศุภชลาศัยจุคนเต็มที่ได้แค่ 32,000 ที่นั่ง จึงต้องขอโทษแฟนบอลที่หาซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพ รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในสนามไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แฟนบอลที่พลาดหวัง สามารถชมการแข่งขันจากทีวีจอยักษ์ได้ที่สนามจินดารักษ์ ซึ่งอยู่ด้านหลังอัฒจันทร์ฝั่งคบเพลิงแทนได้
สำหรับการแข่งขันวันนี้ ไทยต้องชนะ 2 ประตูขึ้นไปถึงจะคว้าแชมป์ได้ หากในเวลา 90 นาที ไทย ชนะเพียง 1 ประตู จะต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที หากยังยิงประตูเพิ่มไม่ได้ จะต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ หาทีมชนะเลิศ โดยไม่มีการนับผลการยิงประตูในนัดเยือน
-ตร.-สห.นับพันคุมเข้มความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารกว่า 800 นาย เข้าดูแลพื้นที่สนามศุภชลาศัย เพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยก่อนการแข่งขัน โดยตำรวจนครบาลตั้งกองอำนวยการรักษาความเรียบร้อยชั่วคราวขึ้นภายในสนาม ใช้กำลังตำรวจในและนอกเครื่องแบบมาประจำการในพื้นที่ รวมทั้งใช้สุนัขตำรวจคอยดมกลิ่นหาวัตถุต้องสงสัยด้วย นอกจากนี้ มีการนำตำรวจม้ามาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. พ.ท.สุวิทย์ เกตุศรี ผบ.กองพันทหารม้าที่ 1 นำกำลังทหารจำนวน 15 นาย เดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ภายในสนามศุภชลาศัยทั้งประตูเข้าออกทุกด้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ของสนามศุภชลาศัยคอยให้การแนะนำเส้นทางเข้าออก
พ.ท.สุวิทย์กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในสนามศุภชลาศัย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อวางแผนด้านความปลอดภัยทางประตูเข้าออกว่าสามารถเข้าออกทางไหนได้บ้าง  ได้แค่เจ๊า - นักฟุตบอลทีมชาติไทยขอบคุณกองเชียร์ หลังจบเกมตีเสมอสิงคโปร์ 1-1 ทำให้ต้องชวดแชมป์อาเซียนคัพในที่สุด ท่ามกลางแฟนบอลเกือบ 4 หมื่นคน ในสนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 4 ก.พ.
|
ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด สรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสุนัขตำรวจเดินทางมาตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัยรอบสนาม เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล บก.น.6 ตำรวจสน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.191) ตำรวจท่องเที่ยว และกำลังทหาร มทบ.11 รถพยาบาล รถดับเพลิงของสำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร มาคอยตรวจตราระวังเหตุด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีดารานักร้องที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลหลายคนเดินทางมาเชียร์ด้วย เช่น โหน่ง ชะช่าช่า มาพร้อมกับ เท่ง เถิดเทิง ธงชัย ประสงค์สันติ เสนาหอย เปิ้ล นาคร นีโน่ บุรณศิริ นอกจากนี้ มีทหารจากกองทัพภาค 1 มาคุมเข้มกว่า 500 นาย สมทบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนับร้อยที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้
-"เอเอฟเอฟ"ถกลงโทษนักเตะไทย
ส่วนความคืบหน้าที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ จะพิจารณาความผิดของทีมไทยที่ไม่ยอมลงทำการแข่งขันนัดแรกนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องทานตะวัน โรงแรมเรดิสัน มีการประชุมของสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้ โดยดาโต๊ะ ตังกูอาหมัด ริทธารุดดิน ประธานเอเอฟเอฟ ชาวมาเลย์ เป็นประธาน ส่วนฝ่ายไทย มีนายวิจิตร เกตุแก้ว นายกสมาคมฟุตบอลฯ และวรวีร์ มะกูดี เลขาธิการสมาคมเข้าร่วมประชุมกับตัวแทนจากอีก 10 ชาติในอาเซียน การประชุมใช้เวลาราว 3 ช.ม. จึงเสร็จสิ้น ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 25 ของเอเอฟเอฟด้วย โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจะพิจารณาการกระทำของทีมชาติไทยในวันอังคารที่ 6 ก.พ.นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ว่าจะลงโทษนักเตะไทยที่ประท้วงในนัดแรกหรือไม่
-"วรวีร์"มั่นใจไทยไม่โดนลงโทษ
นายวรวีร์กล่าวหลังการประชุมว่า ตนเชื่อว่าเอเอฟเอฟจะไม่ลงโทษทีมไทยใดๆ ทั้งสิ้น ตนไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เราเองสามารถทำได้ตามสิทธิ์อยู่ในเวลาที่กำหนด ไม่ได้ทำให้ผลการแข่งขันเสียหายหรือเปลี่ยนแปลง ส่วนการพิจารณาโทษของผู้ตัดสินชาวมาเลย์นั้นเราคงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเอเอฟเอฟเป็นผู้พิจารณา ซึ่งมีเทปเกมนัดดังกล่าวอยู่แล้ว โดยการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลฯแสดงความพอใจต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางการไทยเป็นอย่างมาก
สำหรับความเคลื่อนไหวของทีมสิงคโปร์ ที่โรงแรมเรดิสัน ถนนพระราม 9 นักเตะทีมลอดช่องยังคงทำการฝึกซ้อมเบาๆ และยืดเส้นยืดสาย บริเวณชั้น 5 ของโรงแรม ก่อนจะลงมากินอาหารเช้าและเที่ยง โดยเจ้าหน้าที่ทีมสิงคโปร์ลงไปจัดการเรื่องของอาหารด้วยตนเอง หลังจากรับประทานอาหารเสร็จนักเตะสิงคโปร์ก็เก็บตัวพักผ่อนเงียบในห้องพัก
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายโอ เป็ง คี นายกสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ พร้อมผู้บริหารสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ และรัฐมนตรีกีฬาของสิงคโปร์เดินทางมาให้โอวาทกับนักเตะพร้อมพูดถึงเกมชิงชนะเลิศกับไทยว่าให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จากนั้นเวลา 16.30 น. นักเตะทีมสิงคโปร์และบอร์ดบริหารเดินทางมุ่งสู่สนามศุภชลาศัย โดยมีรถนำขบวนถึง 3 คัน
-ไทยปรับหมากใช้ 3 หัวหอกลุย
เกมการแข่งขันนัดนี้ ทีมไทยปรับแผนการเล่นจาก 4-4-2 มาเป็นระบบ 4-3-3 โดยใช้กองหน้า 3 คน ประกอบด้วย พิพัฒน์ ต้นกันยา, สุธี สุขสมกิจ และสุเชาว์ นุชนุ่ม เพื่อเปิดเกมรุกอย่างเต็มตัว ขณะเดียวกันจะให้ดัสกร ทองเหลา และพิชิตพงษ์ เฉยฉิว 2 มิดฟิลด์คอยเติมเกมรุกอีกชั้นหนึ่ง โดยมีหัตฐพร สุวรรณ เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ คอยตัดเกมแดนกลาง ขณะที่นิรุจน์ สุระเสียง ติดโทษแบน ส่วนกองหลังค่อนข้างจะลงตัว มีเพียงณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ แบ๊คซ้ายที่บาดเจ็บ ลงเล่นไม่ได้ จะใช้ณัฐพงษ์ สมณะ ลงทำหน้าที่แทน ส่วนผู้รักษาประตูยังคงเป็นกิตติศักดิ์ ระวังป่า เช่นเดิม สำหรับซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ มีรายชื่อเป็นตัวสำรอง โดยทีมไทยสวมชุดแดงทั้งชุด ส่วนสิงคโปร์อยู่ในชุดน้ำเงิน
สำหรับนักเตะ 11 คนแรกของทีมชาติไทย ประกอบด้วย กิตติศักดิ์ ระวังป่า, นิเวส ศิริวงศ์, เจษฎา จิตสวัสดิ์, สุรีย์ สุขะ, ณัฐพงษ์ สมณะ กองกลาง ดัสกร ทองเหลา, หัตฐพร สุวรรณ, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว กองหน้า สุเชาว์ นุชนุ่ม, สุธี สุขสมกิจ และพิพัฒน์ ต้นกันยา
ส่วนทีมสิงคโปร์ ประกอบด้วย ไลโอเนล เลวิส, มูห์ด ริดฮูอัน บิน มูห์ด, ไอเด้ ไอส์คานดาร์ บิน ซาฮาการ์, ชี เจีย ยี่, นอห์ อลัม ชาห์, มุสตาฟิก ฟาห์รุดดิน, ดาเนียล มาร์ก เบ็นเน็ตต์, โมห์ด ชาห์ริล บิน อิซัก, นอห์ บิน ราห์มาน, พรีเซียส เอมูเจราเย่ และอิติมี่ ดิ๊กสัน เอ็ดเฮเรเฟ่
สำหรับผู้ตัดสิน จิมมี่ นาปิตูปูลู ชาวอินโดนีเซีย ผู้ช่วยผู้ตัดสิน มูฮัมหมัด ยูนุส ซาไอดี่ ชาวอินโดนีเซีย และกุง ลี ชาวกัมพูชา
-สิงคโปร์ยิงเข้า"เปา"ยกธงล้ำหน้า
เริ่มการแข่งขัน ไทยเป็นฝ่ายเขี่ยบอล เปิดเกมบุกใส่ทันที ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลไทยแน่นสนามศุภชลาศัย เกมสนุกเข้มข้น นักเตะสิงคโปร์ตามประกบติด ไม่ให้นักเตะไทยเล่นได้ง่าย ช่วงต้นเกมบอลส่วนใหญ่ยังอยู่กลางสนาม ไทยเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า
นาที 7 ไทยมีโอกาสสร้างความหวาดเสียว เมื่อณัฐพรเปิดบอลโด่งเข้ามาในเขตโทษ แต่ผู้รักษาประตูสิงคโปร์ออกมาคว้าไว้ได้ นาทีถัดมา สิงคโปร์พลาดได้ประตู เมื่อได้ลูกฟรีคิกทางด้านขวา จังหวะเปิดเข้ามาหน้าประตู บอลแฉลบนิเวส ไปเข้าทางนอห์ อลัม ชาห์ ล้มตัวยิงเข้าประตู แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า
นาที 12 ไทยมีลุ้นได้ประตู จากลูกยิงไกลของพิชิตพงษ์ เฉยฉิว แต่ตรงตัวเลวิส เกมรุนแรงขึ้น ถัดมานาทีเดียว ฟาห์รุดดินได้รับใบเหลือง เนื่องจากเปิดปุ่มสตั๊ดเสียบพิชิตพงษ์จนล้มกลิ้ง
-"ดัสกร"ซัดฟรีคิกไกลได้ลุ้น
ทีมไทยบุกหนัก อาศัยการต่อบอลสั้นอย่างแม่นยำบุกใส่ แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของสิงคโปร์ได้ นาที 15 ได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลาหน้าเขตโทษ ดัสกรซัดเต็มเท้า บอลพุ่งเข้ากรอบ ผู้รักษาประตูสิงคโปร์กระโดดปัดทิ้งไปได้ จากนั้นนาที 17 ดัสกรได้รับใบเหลือง จากจังหวะปะทะนักเตะสิงคโปร์
นักเตะไทยครองเกมได้เหนือกว่า บุกเป็นระลอก นาที 22 เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อณัฐพงษ์พาบอลลากลุยขึ้นมาทางด้านซ้ายจนถึงริมเส้น ก่อนจะเปิดเข้ามาในเขตโทษ พิพัฒน์ยิงจังหวะแรก ติดกองหลังสิงคโปร์ สุเชาว์ตามยิงซ้ำ แต่เลวิส ผู้รักษาประตูสิงคโปร์ พุ่งปัดไว้ได้
จากนั้นนาที 27 สุธีมีโอกาสยิงด้วยเท้าซ้ายที่ถนัดจากระยะ 25 หลา บอลเฉี่ยวเสาออกหลัง นาที 30 นอห์ บิน ราห์มาน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเตะสกัดสุเชาว์ที่กำลังกระดกบอลหนี
-"พิพัฒน์"กระโดดยิงสุดสวยไทยนำ 1-0
นักเตะไทยเจาะยังไม่เข้า หันมาเน้นยิงไกล แต่ก็ไม่ได้ผล นาที 32 ดัสกรลองยิงจากระยะ 30 หลา บอลเหินข้ามคาน ไม่ได้ลุ้น
ไทยบุกกดดันอย่างหนักหวังยิงประตูให้ได้ กระทั่งนาที 36 ไทยยิงประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่พิชิตพงษ์จ่ายบอลให้ดัสกรบริเวณหน้าเขตโทษ ดัสกรกระดกบอลต่อให้พิพัฒน์โหม่งหนีกองหลังสิงคโปร์ ก่อนจะกระโดดยิง บอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ทำให้รวม 2 นัดเสมอกัน 2-2 จากนั้นนาที 39 อรรถพรได้รับใบเหลือง จากการทำฟาวล์นอห์ อลัม ชาห์ หัวหอกตัวเก่งของสิงคโปร์
นาทีถัดมา ไทยมีโอกาสได้ประตูที่ 2 เมื่อดัสกรตัดบอลได้จากกึ่งกลางสนาม ลากเข้าไปชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูสิงคโปร์ แต่บอลโด่งเกินไป ข้ามคานอย่างน่าเสียดาย
นาที 44 ไทยมีโอกาสยิงประตูอีกครั้ง เมื่อสุเชาว์เปิดบอลต่อให้สุรีย์หลุดเข้าไปในเขตโทษด้านขวา ก่อนสับไกยิงเสาแรก ผู้รักษาประตูทีมลอดช่องล้มตัวคว้าไว้ได้ จบครึ่งแรกไทยนำ 1-0
-"นอห์ อลัม ชาห์"เกือบตีเสมอ
เริ่มการแข่งขันครึ่งหลัง สิงคโปร์เป็นฝ่ายเขี่ย นาที 50 สุรีย์ กองหลังลากบอลลุยเข้าไปยิงบริเวณหน้าเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไป ช่วงต้นครึ่งหลังสิงคโปร์มีลุ้นตีเสมอบ้าง จากจังหวะยิงในเขตโทษ แต่กิตติศักดิ์ป้องกันไว้
เกมมาถึงนาที 55 สิงคโปร์เปลี่ยนตัวคนแรก ส่งคารูล อัมรี โมลิด คามิล ลงเล่นแทนดิ๊กสัน ทั้งสองทีมเข้าบอลกันหนัก นอห์ อลัม ชาห์ หัวหอกสิงคโปร์เหยียบข้อเท้าหัตฐพร ต้องหามลงเปลไปปฐมพยาบาลนอกสนาม
สองทีมเปิดเกมรุกกันสนุก ขณะที่ไทยมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวมากกว่า นาที 61 สุรีย์มีโอกาสยิงไกล บอลเหินข้ามคาน จากนั้นสุเชาว์เตะสูงเข้าหน้าอกอัมรี โมลิด คามิล ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้นักเตะไทย
นาที 63 สิงคโปร์ได้ลุ้นตีเสมอเช่นกัน เมื่อบิน ราห์มาน เปิดบอลจากทางปีกขวาเข้ามาในเขตโทษ นอห์ อลัม ชาห์กระโดดยิง บอลตรงตัวกิตติศักดิ์
-"สุเชาว์"ซัดจ่อๆ-สิงคโปร์บล็อกได้
ถัดมาอีก 2 นาที สุธีเปิดลูกเตะมุมจากด้านขวาเข้ามาเสาสอง สุเชาว์กระโดดโหม่งบอลเฉี่ยวเสาหวุดหวิด ทีมไทยมีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่สุรีย์ลากบอลลุยขึ้นมาทางริมเส้นเขตโทษด้านขวา จากนั้นตบเข้ากลาง พิพัฒน์ยิงจังหวะแรก นักเตะสิงคโปร์สกัดไว้ได้ บอลแฉลบมาเข้าทางสุเชาว์ หัวหอกไทยซัดเต็มข้อ แต่บิน ราห์มาน ตัวสำรองสกัดไว้ได้อีก ทำให้สิงคโปร์รอดพ้นจากการเสียประตู
นักเตะเมืองลอดช่องเปิดเกมแลก และมีโอกาสตีเสมอหลายครั้ง แต่กองหลังไทยสามารถสกัดไว้ได้
นาที 76 ไทยเปลี่ยนตัวคนแรก ส่งจักรกฤษ บุญคำ ลงแทนหัตฐพร นาที 80 ทีมไทยมีลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่สุธีลากบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนจะเปิดเข้ามาที่เสาสอง แต่ผู้รักษาประตูสิงคโปร์คว้าไว้ได้
-"อัมรี โมลิด คามิล"ซัดตีเสมอ1-1
การแข่งขันครึ่งหลัง สิงคโปร์เปิดเกมรุกใส่ไทยได้มากขึ้น สองทีมเปิดเกมรุกกันสนุก ขณะที่ไทยมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวมากกว่า นาทีที่ 61 สุรีย์ยิงไกล บอลเหินข้ามคาน นาทีที่ 63 สิงคโปร์ได้ลุ้นตีเสมอเช่นกัน เมื่อนอห์ อลัม ชาห์กระโดดยิง บอลตรงตัวกิตติศักดิ์ ทีมไทยมีโอกาสอีกครั้งจากจังหวะที่สุรีย์ลากบอลลุยขึ้นมาทางริมเส้นเขตโทษด้านขวา จากนั้นตบเข้ากลาง พิพัฒน์ยิงจังหวะแรก นักเตะสิงคโปร์สกัดไว้ได้ บอลแฉลบมาเข้าทางสุเชาว์ หัวหอกไทยซัดเต็มข้อ แต่บิน ราห์มาน ตัวสำรองสกัดไว้ได้อีก ไทยพลาดขึ้นนำ 2-0 อย่างน่าเสียดาย นักเตะเมืองลอดช่องเปิดเกมแลก และมีโอกาสตีเสมอหลายครั้ง แต่กองหลังไทยสามารถสกัดไว้ได้ นาที 80 ทีมไทยมีลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่สุธีลากบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนจะเปิดเข้ามาที่เสาสอง แต่ผู้รักษาประตูสิงคโปร์คว้าไว้ได้
หลังจากนั้นสิงคโปร์โต้กลับเร็ว และสามารถตีเสมอได้ จากความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยมของอัมรี โมลิด คามิล กระชากบอลหนีการประกบของดัสกรเข้าไปถึงเขตโทษ ก่อนสับไกยิงเต็มเท้า บอลพุ่งเสียบตาข่าย สิงคโปร์ตีเสมอ 1-1
-สิงคโปร์ซิวแชมป์อาเซียน คัพ
นาทีสุดท้ายไทยมีโอกาสอีกครั้ง เมื่อสุรีย์เปิดบอลเข้ามาในเขตโทษ แต่เพื่อนร่วมทีมตามเข้าชาร์จไม่ทัน ขณะเดียวกัน นักเตะสำรองข้างสนามของสิงคโปร์ได้รับใบเหลือง เนื่องจากมีปัญหากับดัสกร
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขัน ไทย เสมอ สิงคโปร์ 1-1 รวม 2 นัด สิงคโปร์ชนะ 3-2 คว้าแชมป์อาเซียน คัพ ไปครอง พร้อมเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท ส่วนทีมไทยได้รองชนะเลิศ ได้รับเงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.75 ล้านบาท
ทำให้สิงคโปร์ครองแชมป์เป็นสมัยที่ 3 เท่ากับทีมชาติไทย
หลังการแข่งขัน มีพิธีมอบเหรียญรางวัลให้กับนักเตะไทยและสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังมอบรางวัลแฟร์เพลย์ให้กับทีมเวียดนามด้วย ด้านนอห์ อลัม ชาห์ หัวหอกสิงคโปร์ คว้ารางวัลดาวซัลโวไปครอง ยิงได้ 10 ประตู พร้อมรางวัลนักเตะทรงคุณค่าของศึกอาเซียน คัพ
-"โค้ชหรั่ง"ชี้นักเตะไทยทำดีที่สุดแล้ว
หลังการแข่งขันจบ "โค้ชหรั่ง"ชาญวิทย์ ผลชีวิน หัวหน้าสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทยกล่าวยอมรับว่า นัดนี้ทีมไทยมีโอกาสมาก ทำเกมได้ดีแต่ปิดเกมไม่ได้ในจังหวะสุดท้าย ยอมรับว่าเหตุการณ์ในสนามเปลี่ยนไปเร็วมาก จุดเปลี่ยนของทีมไทยน่าจะเริ่มมาตั้งแต่ตอนที่หัตฐพร สุวรรณ ได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรที่ต้องตำหนินักเตะไทย เพราะทุ่มเท และพยายามเล่นอย่างดีที่สุดแล้ว แต่หลังจากนี้คงต้องเก็บรายละเอียด จุดผิดพลาดที่ต้องแก้ไขของทีมไทยเป็นข้อมูล เพราะทีมไทยชุดนี้ยังต้องเตรียมทีมต่อเนื่องไปจนถึงศึกเอเชี่ยน คัพ ซึ่งเป็นศึกหนักกว่าอาเซียน คัพเสียอีก และต้องขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ให้การหนุนหลังทีมอย่างเต็มที่ และจะพยายามสร้างผลงานให้ดีขึ้นไปยิ่งกว่านี้
ด้าน "บิ๊กหอย" ธวัชชัย สัจจกุล ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่า เมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้ และสิงคโปร์ก็เตรียมตัวมาเล่นในนัดนี้ได้ดีมาก มาเพื่อจะเป็นแชมป์อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ส่วนนักเตะไทยพยายามอย่างเต็มที่แล้ว และมีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะเสียด้วย แต่เมื่อมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น
"สิงคโปร์สมควรเป็นผู้ชนะ ทีมไทยบุกอย่างหนัก แต่ไม่สามารถยิงประตูที่ 2 ได้ แพ้ก็ไม่เป็นไร เราต้องสู้กันต่อไป เกมของเราก็เล่นกันได้ดี นักเตะทุ่มเท แต่ถ้าพูดถึงผลการแข่งขัน ผมก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่นัก" นายธวัชชัย กล่าว
ด้านนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เสียดายมาก ทีมไทยเล่นได้ดีและพยายามเต็มที่แล้ว และแชมป์น่าจะตกอยู่ในมือของทีมไทยมากกว่า แต่ในเกมฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น นักเตะทุกคนพยายามกันอย่างเต็มที่ ทุ่มเทอย่างสุดๆแล้วไม่มีอะไรน่าตำหนิ และขอขอบคุณแฟนบอลที่ยอมเสียสละเวลาเข้ามาชมการแข่งขัน และเชียร์นักเตะไทย จนทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันอันเร้าใจ
ส่วนนายวิจิตร เกตุแก้ว นายกสมาคมฟุตบอลฯกล่าวว่า น่าเสียดายมากที่ไทยไม่ได้แชมป์ เพราะเล่นกันได้ดีและมีโอกาสมาก เพียงแต่โชคไม่เข้าข้างเท่านั้น นักเตะทุกคนเล่นได้อย่างน่าชมเชย
-กุนซือสิงคโปร์โวสมควรเป็นแชมป์
ด้านราโดวาน อบราโมวิช กุนซือชาวเซิร์บของสิงคโปร์ กล่าวว่า เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ เป็นนัดชิงชนะเลิศที่มีบรรยากาศสุดยอด นักเตะสิงคโปร์เล่นกันได้ดี และทำประตูได้อย่างที่ต้องการ แม้ว่าจะต้องเล่นภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แต่สามารถรับมือกันได้อย่างดี ถ้าไม่พลาดโอกาสง่ายๆน่าจะมีการทำประตูเพิ่มให้เห็นด้วย สิงคโปร์ สมควรเป็นผู้ชนะในนัดนี้อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแข่งขันจบลง มีแฟนฟุตบอลบางส่วนขว้างปาขวดน้ำลงไปในสนาม แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ขณะที่แฟนบอลส่วนใหญ่เดินออกจากสนามอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง แต่ที่บริเวณหน้าสนามศุภชลาศัย หลังเกมมีเหตุชุลมุนเล็กน้อย เมื่อมีโจรรายหนึ่งกระชากกระเป๋าผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขัน แต่แฟนบอลผู้ประสบเหตุช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ และนำตัวส่งสน.ปทุมวัน เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นหนึ่งใน "แก๊งเขมร" ที่มักจะออกอาละวาดวิ่งราวกระเป๋าในช่วงที่มีผู้คนออกมารวมตัวกันจำนวนมากเป็นประจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะที่ดัสกรได้รับใบเหลือง เนื่องจากผู้เล่นสำรองสิงคโปร์ที่นั่งอยู่ม้านั่งสำรองไม่ยอมส่งลูกบอลที่ออกนอกเส้นคืนให้กับดัสกร จนกรรมการต้องวิ่งมาแจกใบเหลืองให้กับผู้เล่นสำรองสิงคโปร์ ทำให้กองเชียร์ไทยบนอัฒจันทร์ไม่พอใจและปาสิ่งของ ทั้งขวดเบียร์ ขวดน้ำ และถุงพลาสติกลงมาในสนาม
-"ดัสกร"ขอโทษแฟนบอล
ทางด้าน "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กองหน้าทีมชาติไทยที่บาดเจ็บไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ กล่าวว่า แม้ทีมไทยจะไม่ได้แชมป์ แต่ก็ได้ใจของกองเชียร์ชาวไทยไปเยอะ แม้ทีมไทยจะได้แค่รองแชมป์ แต่แฟนบอลปรบมือให้กำลังใจตลอดเวลา และดูบอล เชียร์บอลอย่างมีมารยาทมาก นัดนี้ไทยไม่ได้แพ้ นัดแรกเราก็ไม่แพ้สิงคโปร์ แต่แพ้เพราะการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมของกรรมการต่างหาก
ส่วนในศึกเอเชี่ยน คัพ อีก 4 เดือนข้างหน้า "ซิโก้" ยอมรับว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมกับทีมชาติไทยหรือไม่ คงต้องแล้วแต่การตัดสินใจของผู้ใหญ่
ดัสกร ทองเหลา เพลย์เมคเกอร์ของทีมเผยว่า นัดนี้นักเตะในทีมหลายคนมีอาการล้า จังหวะการเล่นก็มีผิดพลาดให้เห็นบ้าง และต้องขอโทษแฟนบอลชาวไทยที่ทำให้ผิดหวัง
ข่าวสด หน้า 1